Top Review Travel ต่างประเทศ

แบกเป้ไปเท่ห์ ที่ ซาปา – มูกางจ๋าย เวียดนามเหนือ 6 วัน 5 คืน งบไม่ถึงหมื่นบาท

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0
cover

สวัสดีครับ วันนี้ ผม นาย tummengTravel / แบกเป้เท่ห์ทั่วโลก มีทริปแบกเป้เท่ห์ๆ มาฝากอีกครั้ง ครับ

เนื่องจาก สองสามปีก่อน ผม หลงเข้าไปอ่านกระทู้ เที่ยวนาขั้นบันได ที่ ซาปา – มูกางจ๋าย ทำให้ ผมหาโอกาส ที่จะไปเยือนสักครั้ง เพราะ จากรูปที่เห็น ทั้งในรีวิวต่างๆ และ ใน FB ที่ เพื่อนๆเอามาอวดแล้วรู้สึกว่ามันช่างสวยงามเหลือเกิน

12011613_858900550847323_1783873898_o

ครั้งนี้ เลย ลอง แย๊ปๆ ชวนเพื่อนสองสามคน ที่สนิทๆกัน ว่าไปมั้ย มูกางจ๋าย ซาปา  เพื่อนๆก็ตอบตกลงว่าไป ตอนแรกๆ ก็มีคนไปแค่ สี่คน ตอนหลังๆ มี 7 คน แต่สุดท้าย ไปจริงๆ เหลือ 6 คน เพราะ ตกเครื่องไป 1 คน

แต่ ใน 6 นั้น ไม่มีใครรู้เลยว่า มูกางจ๋ายที่จะไปนั้น มันอยู่ส่วนใหน ของเวียดนาม จะเดินทางไปยังไง มีที่พักไหม รู้แต่ว่ามันสวยมากๆ แค่นั้นเอง และก้ไม่มีใครหาข้อมุลจริงๆจัง เพราะทุกคนคิดว่าผม ที่เป็นชวนคงเตรียมข้อมุลมาดีพอแล้ว ซึ่งผิดถนัด ปรากฏว่าผมงานเยอะจนไม่มีเวลา เตรียมตัว จนก่อนเดินทางแค่ อาทิตย์เดียว เพิ่งจะจองที่พักที่ จองรถ วางโปรแกรมเที่ยว ต่างๆ  ทำให้ทริปนี้ กลายเป็นทริปที่ ฉุกละหุก มั่ว งง หลงทิศ ผิดแผน ที่สนุกสนานมากๆครับ

ตั้งแต่ เริ่มย่างเข้าหน้าฝน เดือน กค ผมก็ชวนเพื่อน ว่าไปซาปา มูกางจ๋ายกันมั้ย จึงเริ่มหาโปร จองตั๋วไปฮานอย จนมาได้โปร 490 บาท ของ แอร์เอเชีย  จึงจองตั๋ว ในช่วง ต้นเดือน กย. เพราะ อยากไปช่วงนาข้าวเป็นสีเหลือง ดังนั้น จริงๆแล้ว ผมมีเวลา อีกเกือบสองเดือน สำหรับทริปนี้ แต่อย่างที่บอกไป สุดท้าย ผมแทบ จะไม่มีแพลนอะไร เลย เพราะ ชล่าใจเกินไป

เราออกเดินทางจาก ดอนเมือง ไปยัง สนามบิน นอยไบ ฮานอย ประเทศเวียดนาม ในเวลา เช้าตรู 6.30 น. ด้วยสมาชิก 6 คน ชาย 5 หญิง 1

ใช้เวลา บิน ประมาณ 1.30 ชั่วโมง จาก ดอนเมือง เราก็มาถึง ฮานอย เมืองหลวง ของ ประเทศเวียดนาม

โดยทริปนี้ ผมได้รับการติดต่อให้ เอากล้อง Panasonic Action Cam รุ่นใหม่ มาทดสอบด้วย คุณสมบัติ คล้ายๆกล้อง  Gopro เลย  แต่มีขนาดเล็กกว่า พกพาสะดวก เหมาะกับทริปนี้มากครับ

ax1 ax2 ax3

มีอุปกรณ์เสริมให้เลือกใช้ตามความสะดวกครับ ที่ผมได้มาจะเป็นตัว Head Mount และตัวที่ล๊อกแขน ที่จะทำให้ยึดตัวกล้องไว้ที่ศีรษะ หรือข้อมือ สำหรับเวลาผมขี่มอเตอร์ไซค์ได้ครับ

 

หากใครขี้เกียจอ่าน รีวิวยาวๆ สามารถ เข้าไปดู คลิปวีดีโอ สั้น ของทริปนี้ ที่ผม ตัดมาให้ชม จากกล้อง Action cam ที่ผมได้ไปใช้ ตลอดทริปครับ

ตามโปรแกรม ตอนแรก เราจะเดินทางไปยัง มูกางจ๋าย โดยรถตู้ส่วนตัว แบบ 16 ที่นั่ง (ซึ่งนั่งจริงๆได้เต็มที่ 12 คน) ที่เหลือ วางกระเป๋า แต่ปรากฎว่า ช่วงที่ไปนั้น เป็นช่วง หยุดยาว ฉลอง วัน ได้รับเอกราช จากฝรั่งเศส ทำให้ ที่พัก ที่มูกางจ๋าย นั้นเต็ม หมด รู้ก่อนเดินทางแค่ 3 วัน จาด จนท.บริษัททัวร์ ที่ประสานงาน เรื่องรถ และที่พักให้ผม ผมเลยต้อง เปลี่ยนแผนไป ซาปา ก่อน

_MG_6026

การเดินทางไปซาปา นั้น จริงๆ เดินทางได้ หลากหลายวิธี เช่น นั่งรถไฟตู้นอน ซึ่งออกเวลา 21.00 น. ไปลงจังหวัดลาวไก แล้วต่อรถบัสท้องถิ่นไปยังซาปา ในเช้าวันรุ่งขึ้น

หรือ นั่งรถทัวร์ ที่มีทั้งกลางวันและกลางคืน โดยรถทัวร์จะวิ่ง บนทางด่วนพิเศษ ระยะทางประมาณ 250 กม ใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง

แต่ที่ผมเลือกใช้รถมินิบัส ส่วนตัว เพราะ ผมลองเทียบราคา ดูแล้ว ถึงแม้จะแพงกว่า แต่สะดวกกว่า ครับ สามารถ จอดแวะ ถ่ายภาพ กินข้าว ซื้อของได้ตลอดทาง และ ยังใช้เวลาเดินทาง น้อยกว่า ทำให้สามารถไปถึง ซาปา ในวันแรกที่ ไปถึงเวียดนาม ไม่ต้องมัวเสียเวลา ที่ ฮานอย 1 วัน

_MG_6023

 

นี่คือร้านค้า จุดแวะพัก บนทางด่วนของเวียดนาม ระหว่างทาง ฮานอย ไป ซาปา ครับ สภาพห้องน้ำ เรียกว่า ฉี่ได้อย่างเดียว ครับ ดังนั้น ใครจะนั่งรถยาวๆ ควรจัดการธุระ ให้เรียบร้อย ก่อนออกเดินทางนะครับ

วิวระหว่างทาง ก็ยังไม่ค่อยมีอะไรครับ นอกจากเจอรถบัส วิ่งสวนไปมา

ระหว่างทางก็มีการ ลอดอุโมงค์ ยาวๆ ด้วย สองครั้ง ถ้าจำไม่ผิด

THE_WAY_TO_SAPA_16

แต่เมื่อรถมาถึงยัง ลาวไก แล้ว เลี้ยวเข้าทางที่จะไป ซาปาเท่านั้น แหละ ความงาม บวกกับความหวาดเสียวก็บังเกิด

THE_WAY_TO_SAPA_19

ก็นั่งกัน หัวสั่นหัวคอน ประมาณ 30 กม ครับ กับถนนที่ แคบ และ โค้งเยอะ

_MG_6039

กลุ่มเราเดินทางมาถึงที่พัก ในเมือง ซาปา เวลา ประมาณ 15.00 น. ครับ เนื่องจาก อย่างที่บอก กลุ่มผม แทบไม่มีข้อมูลอะไรเลยในทริปนี้ จึง ออกมาเดินเซอร์เวย์ เมือง ซาปา กันก่อน ว่า มีอะไร ที่ไหน ยังไงบ้าง

เราพักที่ Eden sapa hotel เดินออกมา เล็กน้อยก็เจอ ลานเอนกประสงค์ และ ข้างๆ กัน ก็เป้นคล้ายๆ ตลาดนัด ที่มีชาวเขา เอาสินค้า มาวางขาย

_MG_6042 _MG_6082

เราเดินสำรวจ ต่อ ไป ยัง ทะเลสาบ เพราะ ตอนที่นั่งรถมา เห็นแล้ว ว่า มันน่าจะสวย มาเก็บภาพได้

_MG_6050

 

ที่ซาปา แห่งนี้ ผู้คนท้องถิ่น จะคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยว ดี จึงไม่ค่อย ขี้อายเท่าไหร่ และ สามารถพูดคุย กัน ด้วย ภาษาอังกฤษ ได้ ตั้งแต่ เด็ก ถึง ผู้ใหญ่ ทำให้ง่าย ต่อการ หาอาหารกิน ตลอดการอาศัยอยู่ที่นี่

_MG_6079

ที่ซาปา แห่งนี้ ผู้คนท้องถิ่น จะคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยว ดี จึงไม่ค่อย ขี้อายเท่าไหร่ และ สามารถพูดคุย กัน ด้วย ภาษาอังกฤษ ได้ ตั้งแต่ เด็ก ถึง ผู้ใหญ่ ทำให้ง่าย ต่อการ หาอาหารกิน ตลอดการอาศัยอยู่ที่นี่

_MG_6088

 

ในตอนค่ำ วันแรกที่ซาปา เราโดนต้อนรับ ด้วย เมฆฝน ก้อนมหึมา จึงพากันมานั่งเก็บภาพ แสงเย็น ที่ ระเบียงของโรงแรม

คืนแรกเรา ไป ทานอาหาร ที่ร้าน ใกล้ๆ โรงแรม ตามคำแนะนำ ของ พนักงานโรงแรม ตอนที่เราไปทำเรื่อง เช่ามอไซค์ในวันรุ่งขึ้น โดยค่าเช่า คิดวันละ 150000 VND ประมาณ 180 บาท

_MG_6105

การเดินทางค่อนข้างเป็นพื้นราด พื้นชัดนิดนึงครับ ด้วยเหตุนี้ผมเลยคว้าเอากล้อง Panasonic action camera พร้อม อุปกรณ์ใส่ที่ข้อมือ ออกมาทดลองใช้ครับ ส่วนใหญ่ผมจะเน้นใช้ถ่ายวิดีโอ บรรยากาศต่างๆครับ ผมว่ามันสะดวกมาก ตัวกล้องมีขนาดเล็ก และน้ำหนักเบา สามารถติดไว้กับแขน ยังเหลือมือเอาไว้ขี่มอไซค์ ทำอย่างอื่นสบายๆครับ

FZN_1094

โดยการที่จะ เล็งมุมกล้อง และ คอลโทรลกล้องตัวนี้ ถึงแม้ไม่มีจอ แต่ก็ทำได้ครับ เพียงแค่ดาวน์โหลด application Panasonic Image App ลงมือถือ ใช้ได้ทั้ง android และ ios เลยครับ หลังจากนั้น เราสามารถสั่งการทำงาน ตั้งค่า และดุมุมกล้อง ผ่านมือได้เลย ถือ ว่าสะดวกสบาย ชีวิตง่ายขึ้นเยอะนะครับ

แอพ นี้เลยครับ หน้าตาแบบนี้

ax4

พอ กดเข้าไป ต่อ wifi ก็จะมี ฟังก์ชั่นต่างๆ ให้เล่น คู่กับ กล้อง Panasonic action camera ครับ ใช้ง่ายๆไม่ยาก ผมได้ มาก่อนเดินทางแค่วันเดียว ยังใช้เป็นเลยครับ

ax5

หมู่บ้านตาฟาน อยู่ห่างจาก ซาปา ประมาณ 12 กม. แต่ระหว่างทางไปนั้น ก็มี นาขั้นบันได ให้ จอดเก็บภาพ ได้เรื่อย ครับ ขับๆ มา เจอ หนูน้อย สองคนนี้ ยืนอยู่นะจุดที่ ชมวิว นาขั้นบันได สวยมากๆ จุดหนึ่งครับ

_MG_6175

 

เราก็ไม่ รอช้า เข้าไปเก็บภาพทั้ง เด็ก ทั้ง นาขันบันได

sa

เก็บภาพได้ สักพัก เราก็เดินทางไปยัง หมู่บ้าน ตาฟาน กันต่อ ครับ

_MG_6196

ถึงแล้ว หมู่บ้าน ตาฟาน  สัญลักษณ์ คือ จะมี สะพาน เหล็ก ที่เป็นสะพาน แขวนอยู่ แต่ ตอนมาถึง ฝนกำลัง ตั้งเค้า ว่า จะตก พวกผมเลย แวะ หาอะไร กิน ในร้านเล็กๆ ในหมู่บ้าน ที่ทำเป็น โฮมสเตย์ รับนักท่องเที่ยว ฝรั่ง ที่อยากมาพักกับ ชาวเขาเผ่า ม้ง จริงๆ ครับ

_MG_6202

เซ็ตนี้ 40000VND ครับ นั่งกันชิลล์ๆ รอฝนหยุด ประมาณ ชั่วโมงนึง

หลังจากฝนหยุดเราก็ออกเดินทาง ขี่มอไซค์ กันต่อเพื่อไปตามเก็บภาพ นาขันบันได ที่ มากมาย ก่ายกอง เป็นภูเขา สีเหลือง สลับเขียว เต็มไปหมด

_MG_6246

 

_MG_6319

ที่หมู่บ้านตาฟาน นั้น ส่วนใหญ่ นักท่องเที่ยว ฝรั่ง มักจะใช้ วิธี เดินเล่นชมหมู่บ้าน โดยมีไกค์ เป็นชาวเขา ที่เป็นอาสาสมัคร แต่พวกผม ยังคง ขับมอไซต์ ตะลุย ไปเรื่อย จาก ตาฟาน เจอตรงใหน สวยถูกใจ ก็พากันแวะจอดถ่ายรูป ระหว่างทางกลับ เราก็แวะ จุดชมวิว อีหลายๆจุด เก็บภาพ นาขั้นบันได และผู้คน ไปเรื่อย ๆ

_MG_6346

ขากลับ ขี่มอไซค์ลุยฝนกันนิดนึง โชคดี ที่เตรียม เสื้อกันฝน ไปด้วย แต่ กล้อง ที่ เอาติดที่มือไว้ ไม่ต้องเอาออกครับ เพราะ กล้อง Panasonic action camera ตัวนี้ สามารถกันน้ำ ได้โดยไม่ต้องใส่เคสเลย บรรยากาศระหว่างทางผมถ่ายเป็นภาพนิ่งมาให้ดูเยอะแล้ว ใครอยากเปลี่ยนมาดูแบบ VDO ก็เข้าไปดูได้นะครับ ได้ feel ไปอีกแบบ โดย VDO นี้ผมถ่ายด้วยกล้อง Panasonic Action Camera ครับ

หลังจากนั้น เราก็กลับไปทานข้าวเที่ยง ที่ร้านเดิน เมื่อคืน และ พักผ่อน เล็กน้อย ชาร์ตแบตกล้อง ต่างๆก่อนจะออกไป ยังหมู่บ้าน กั๊ตกั๊ต Cat Cat village

 

_MG_7403 FZN_0800_ACR

 

ก่อนไปหมุบ้านกัต กัต เราแวะกันที่ ร้าน coffee view กันก่อน เพราะเห็นว่า น่าจะ มีจุดชมวิวสวยๆ ถ้ามองจากตรงนี้

S1160001 S1210001

รูปถ่ายจาก Panasonic action camera ที่ผมพกไปด้วย เพราะเลนส์กล้องปกติ ที่ผมพกมา ถึงแม้จะเป้น เลนส์ มุมกว้าง แต่ก็ยังเก็บมุมกว้าง ได้ไม่เท่ากับ Panasonic action camera ตัวนี้ แต่ลองสังเกตดูนะครับ ถึงแม้ภาพจะ wide มากแต่ภาพที่ได้จาก Panasonic action camera บริเวณขอบภาพจะไม่ผิดเพี้ยนมาก เหมือนกล้อง action อื่นทั่วๆไป

DSC_7918

_MG_6353

ในการถ่ายภาพนิ่ง เมื่อเทียบกับกล้องใหญ่แล้ว ขนาดไฟล์และความละเอียดไฟล์ อาจสู้ไม่ได้นะครับ แต่ สำหรับ เรื่องความสะดวกในการพกพา การเก็บภาพมุมกว้าง และถ่ายวิดีโอนั้น ผมว่าดีกว่า สำหรับ คนที่ ชอบด้านกิจกรรมadventure ครับ

หลังจาก ชิมกาแฟ แล้ว ก็ลงไปเดิน ยังหมู่บ้าน กัต กัต ซึ่งต้องเสียค่าเข้า 40000 VND แล้ว ผมก็เดิน ไปตามทาง ที่ เขาจัดไว้ ซึ่งมีแต่ ร้านขายของ ที่ระลึกต่าง

เดินไปเรื่อย จนถึง น้ำตก ก็หยุดถ่ายภาพ ที่นี่ สักพัก ก่อนจะ กลับไปยังซาปา เพราะ ผมไม่ค่อยประทับใจ หมู่บ้านนี้เท่าไหร่นัก

_MG_6410

คืนที่สองนี้ เรายังอาศัย ร้านอาหารร้านเดิม ซึ่งเมนู ที่สั่งก็ไม่มีอะไรมาก ข้าวผัดบ้าง ข้าวหมุทอด ข้าว เนื้อทอด สปาเก็ตตี้ ราคา ประมาณ 70000 – 120000 VND

หลังจาก ทานเสร็จแล้ว ก็ออกไปหาเก็บ บรรยากาศ ตอนกลางคืน ของเมืองซาปากัน เพราะ เป็นคืนสุดท้ายของที่นี่แล้ว พรุ่งนี้เราจะเดินทางไปยัง มูกางจ๋าย ตำบลเล็กๆ แต่เขาว่านาขั้นบันไดสวยกว่าที่นี่

_MG_6453 _MG_6456

กลับมายังที่พัก ก็ไปสอบถาม ว่า พรุ่งนี้พวกผมจะไป มูกางจ๋ายได้ ยังไง เพราะก่อนมา ได้ สอบถาม เพื่อน ที่เป็นไกค์ ในเวียดนาม ว่า มีรถ โดยสาร วิ่งไปได้

คำตอบที่ พนักงานโรงแรมบอก ก็คือ ไม่คิดว่าชาวต่างชาติ จะเดินทางไปยัง มูกางจ๋าย ด้วย รถโดยสาร ปกติ ได้ เพราะ อย่างน้อย ต้องต่อรถ ถึง 3 ต่อ  เลยแนะนำให้ เหมา รถมินิ บัสส่วนตัวไป ใน ราคา 170 usd

เอาละสิ ที่นี้ ก้งานเข้า ละสิ  เป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลย สำหรับ ทริปนี้ ทางเราก็ลองไปคุยกัน ว่า จะเอายังไงดู ละทิ้งค่าที่พัก มูกางจ๋าย แล้ว นอนที่นี่ เพิ่มอีกคืน แล้วกลับ ไปเดินเล่น ที่ฮานอย ไหม หรือ จะยังไป มูกางจ๋าย ต่อ

ทุกคนในทริป ลงความเห็นว่า ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้ว ก็ต้องไปไห้ถึง มูกางจ๋าย จึง ตกลงกันว่า ยอมเช่ารถ ไป เสียเงินเพิ่ม

ก็ถือว่าเป็นทริป ที่ทุกคน มีอุดมการณ์คล้ายๆกัน ดังนั้น พรุ่งนี้ พบกัน ที่มูกางจ๋าย ครับ

ตอนเช้า ตื่นมาเก็บ ภาพบรรยากาศยามเช้ากันอีกรอบ เพราะ เมื่อคืน ฝนตก เลยมีหมอกไหลๆ มาให้ถ่าย

_MG_6463

_MG_6467

ก่อนทานอาหารเช้า เราก็ได้ รับ ข่าวไม่ค่อยดี นักคือ ในตอนแรก ที่คุย กับ พนักงาน โรงแรม นั้น เราจะ เหมารถไปยัง มูกางจ๋าย ในราคา 170 usd โดยให้รถไปส่งเรา ที่ ทูเล่ ลาปาตอน และ มูกางจ๋าย เพราะ เข้าใจว่าเป็นการเหมาแบบ ทั้งวัน แต่ พนักงาน โรงแรม แจ้งว่า รถ จะไป ส่ง แค่ มูกางจ๋าย เท่านั้น  ไม่แวะที่ไหน เลย เพราะ ต้องใช้เวลาเดินทาง 6 ชั่วโมง ในระยะทาง 156 กม พวกผมเลย ตัดสินใจ ไม่เอารถ ที่ ทาง โรงแรมจัดให้ แต่ ผม ได้ ให้ เพื่อนผม จัดหารถ ที่สามารถ แวะจอดให้พวกผม ถ่ายรูปได้  แต่ก็ไม่สามารถ ไป ทูเล่ และลาปาตอนได้

เรานั่งรอรถ สักพัก เก้าโมง กว่าๆ รถก้มารับเรา โชคดี วันนี้ เราได้ รถใหม่ แอร์เย้น และคนขับ หนุ่ม ใจดี พาเราแวะตลอดทาง

_MG_6519

ระทาง 156 km จาก ซาปา มา มูกางจ๋าย นั้น นั่งรถกัน 5-6 ชั่วโมง ครับ แต่เชื่อมั้ย ว่า สาม ชั่วโมงแรก นั้น ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพราะ วิว ระหว่างทาง นั้น สวยมากๆ พวกเราจอดบ่อย จนเกรงใจ คนขับรถเลยครับ

_MG_6524 _MG_6532

มีทั้ง ภูเขาใหญ่ๆสูงๆ ที่หาบ้านเรา ไม่ค่อยมี  แม่น้ำสายเล็กๆ ที่มีโขดหิน  หรือแม้แต่ น้ำตกขนาดใหญ่ ก้มีให้เห้นตลอดทาง

_MG_6542

THE_WAY_TO_HANOI_06

นั่งๆ อยู่ เลยเที่ยงมาหน่อย พวกเรา ก็หิวข้าวกันครับ เพราะ บางคนไม่ได้ ทานข้าวเช้า เพราะ มัวแต่ ไป เคลียร์ เรื่องรถ จนลืม กินข้าว  เลยบอกคนขับว่า มา จอดกินข้าวหน่อย  คือ จริงๆ คนขับ นี่ไม่รู้ ภาษาอังกฤษ เลยครับ ใช้ ภาษามือ กันมาตลอด ครั้ง พี่แก ไม่เข้าใจ  เลย กด โทรศัพท์ ให้ผม คุยกับใครสักคน นี่แหละ ว่าต้องการอะไร ผม ก้บอกไปว่า ให้จอดกินข้าว ก่อน  ก็เลย รอดตัวไป

คนขับพาเรามาจอด ที่บ้านหลังหนึง ลักษณะ เป้น บ้านไม้ ยกพื่น ดูแล้ว ไม่น่าเหมือน ร้านอาหาร แต่ ผมเห้นมี คนเวียดนาม ที่ใส่ชุด เจ้าหน้าที่ ของเขา นั่งกันอยู่ หลายคน ปรากฏว่า ที่นี่เป้นร้านอาหาร แบบ บ้านๆ ครับ เจ้าของร้าน น่าจะเป้นคนไทพวน หรือ ไทอะไรสักอย่าง พี่ก พูดไทย สำเนียงไทลื้อ ผสมอีสาน สื่อสารกับพวกเราได้

นั่งรอสักพัก เมนู ก็ไม่มีให้สั่ง นั่งจิบชาไป พี่แกก้มาเรียกให้ไปกินข้าว ครับ

ขึ้นไป ก็เจอ สำหรับ แบบนี้ ตั้งรออยู่แล้ว  เราก้ตกใจ เอ้ยย แล้ว แบบนี้ มันจะกี่บาท วะนี่ แต่ไม่เป็นไร ก้นั่งกินกันไป มีนู หลายอย่าง ปลาแดดเดียว ลาบหมูแบบทางเหนือ แกงหน่อไม้ ผัดหน่อไม้ แกงผัก ยำหุหมู ที่เด็ดสุด คือ กินๆอยู่ มีอาหารมาเพอ่มอีกหนึ่ง จาน นั่นคือ เนื้อควายย่าง ไอ้ผม นะไม่เท่าไหร่ เพราะ เคยกินแล้ว แต่ หลายคนไม่เคยกิน ใหนๆ ก้มาแล้ว ก้ต้องลอง กันละครับ 555 ไม่กินที่นี่ ก็ไม่รู้จะกินที่ไหน แล้ว

_MG_6559

พร้อมกับ เหล้าขาว กลั่นเอง สามขวด ที่ เพื่อนผม ต้องเข้าพรรษาแดก ที่นี่ เพราะ เจ้าของบ้านมาชวนชนแก้ว  จะไม่กิน ก้เกรงจะเสียมารยาท

_MG_6563

หลังจาก ที่อิ่กันแล้ว ก้ออกเดินทาง ต่อ จุดหมาย ที่เดิม ครับ มูกางจ๋าย ซึ่ง ตลอดทาง ที่ผ่านมา เรายังไม่เห้นป้าย หลักกิโล ที่เขียน ว่า มูกางจ๋าย กันเลยครับ เห้นแต่คำว่า Mc chai   ทำให้รู้สึกว่า มันไกล๊ไกล  ซึ่งมานึกได้ตอนหลังว่า m c chai ย่อมาจากคำว่า Mu cang chai นั่นเอง

วิวระหว่างทาง ยังเทพเหมือนเดิม แต่ เริ่ม มีเรื่องราวมากขึ้น เพราะ เริ่มมีหมู่บ้าน หรือ เมือง ให้เห็นบ้างแล้ว นอกจากภูเขา ทุ่งนา และสายน้ำ

THE_WAY_TO_MCCHAI_1010

THE_WAY_TO_MCCHAI_1005

รูปนี้ ถ่ายด้วย กล้อง Panasonic action camera ได้มุมกว้าง สะใจ มาก

S1280002

เจอมุมไหน สวยๆ จอดหมด คนขับรถไม่บ่น เพราะ เรา ใช้เงินฟาดหัวไป 100000 VND เรียบร้อยแล้ว 555

_MG_6580

ประมาณ เกือบๆ 16.00 น เราก็มาถึง ยัง โรงแรม Moon hotel ที่มูกางจ๋าย โดยไม่รู้ตัว เพราะคิดว่า ยังไม่ถึง555 ตอนแรก เห็นหลักกิโล บอกว่า mc chai นึกว่าไม่ใช่

เข้าไป โรงแรม ปรากฏว่า ห้อง ที่จองไว้ ยัง ทำความสะอาดไม่เสร็จ เนื่อง จาก แขกที่พัก วันก่อนหน้า นี้ เช้คเอ้าท์เลท  เลย เช่า มอไซค์ จาก ดรงแรม ออกไป แว้นซ์ กันก่อน ใน ราคา 200000 VND ต่อวัน

11988676_880737361976008_615578614735244202_n

เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม  หยิบแผนที่จาก โรงแรม ไปกันเลย

12019972_880737371976007_8809613602158402577_n

ภาพจาก Panasonic action camera

S1330001 S1330003

 

และ นี่คือ จุดชมวิวจุดแรก ที่ ออกจาก ตัวหมู้บ้าน มูกางจ๋าย  มุมนี้ ถ้ามาช่วงอากาศดี จะเห็น พระอาทิตย์ตก พร้อมกับ บรรยากาศในหมู่บ้าน เล็กๆ

เราก็ ขับมอไซค์ไปเรื่อยๆ เจอตรงใหน ก็ จอดถ่ายไว้ หมายตาไว้ กะว่า พรุ่งนี้ จะมา ซ้ำรอยอีกที ถ้า อากาศดีๆ

_MG_6595

_MG_6623 _MG_6635

 

ถ้าที่ ซาปา ว่าสวยแล้ว ที่ มูกางจ๋าย ยิ่ง สวยมากๆ เลยครับ

_MG_6665

ตามคำบอกของ เจ้าของ โรงแรม บอกว่า ที่ สวยๆ บริเวณนี้ ก็จะมี Tule ,lapaton และหมู่บ้าน ไกล้ๆ มูกางจ๋าย แต่ ทริปนี้ เราไม่ได้ ไปตูเล เพราะ มันไกลจากมูกางจ๋าย ประมาณ 50 โล ครับ

ขับไปเรื่อย จอดถ่ายรูป ไปสักพัก รถของเพื่อนอีกคัน ก็เสีย มีเสียงดัง ที่ โซ่ คล้ายๆ โซ่หย่อน เลย แวะ ซ่อม พร้อมกับ นั่งพัก สอบถามทาง และ พูดคุย กับคนท้องถิ่ง ด้วยภาษามือ ครับ เพราะ ที่ มูกางจ๋าย ไม่เหมือน ซาปา ที่ คนท้องถิ่นที่นี่ พูดอังกฤษ แทบไม่ได้ เลยครับ เพราะ นักท่องเที่ยว ไม่ได้ มาที่เยอะเหมือนซาปา  ดังนั้น การสื่อสาร ที่นี่ค่อนข้างลำบาก นิดนึง นะครับ  เรียกว่าเมื่อยมือกันเลย

เมื่อซ่อมรถเสร็จแล้ว ก็ใกล้ จะค่ำ เลย ชวนกันกลับ ที่พักก่อน พรุ่งนี้ ค่อยว่ากันใหม่ ครับ

_MG_6666

วันที่สองในมูกางจ๋าย เป้าหมาย ของเราคือ La pan ton และ ลานฮอฯ ในตำนาน

เราขับมอไซค์ ไป เรื่อยแวะถามทาง ไปเรื่อย ก็ยัง ไม่สามารถ ระบุได้ ว่า ลานฮอ นั้นอยู่ตรงใหน

แต่ เราเจอมุมสวยๆ ก้จอดเก็บภาพ กัน อย่างสนุกสนาม แม้ แสง จะไม่ค่อเป้นใจ ฟ้า ครึ้มสลับแดดออกตลอด วัน

_MG_6686

_MG_6704

คือ ขับไป ทุกๆ 200-300 เมตร นี่ ต้องจอด เก้บภาพ กันเลย

 

ตรงจุดนี้ เป็นอีกจุดหนึ่ง ที่ มุมสวยมากๆ ครับ นาข้าว สีเหลือง สลับเขียว กำลังดี

_MG_6706 _MG_6714 _MG_6719

ขอแนะนำเลยครับ ว่ามาที่นี่ ให้ใส่เสื้อผ้าสีสดๆ มา แล้ว จะได้รูปเท่ๆแบบนี้

11996515_855808591156519_1194270857_o

เราใช้เวลา ประมาณครึ่งวัน ในการตระเวน เก็บภาพ มุมต่างๆ ของนาขั้นบันได ที่นี่

_MG_6672

ช่วง เกือบ เที่ยง เราไปถึง ยัง ทางแยก เข้าไป La pan ton ก็เลย แวะ หาอะไร ทานกันก่อน เพราะ ที่ โรงแรม ไม่มีอาหารเช้าให้  จัดเฝอ ไป หนึ่งชาม

_MG_6734

 

ก่อนที่ ช่วงบ่าย เราจะ ลอง เข้าไป ยัง La pa ton

_MG_6740

 

แค่เลี้ยวเข้าไป ไม่ถึง โล เจอทางแบบนี้ แทบ ถอดใจ แต่ ดีที่ มีไม่เยอะ แค่ ประมาณ 200 เมตร เท่านั้นเอง

_MG_6743

ยังคงลุยกันต่อไป

เก็บภาพนาขั้นบันได ไป เรื่อย

_MG_6749 IMG_6829

แอบเก็บภาพเพื่อนร่วมทริปบ้าง เพราะ สีเสื้อ จริงๆ นะ_MG_6758

ทริป ซาปา – มูกางจ๋าย เป็นทริป ที่ ปลดปล่อย มาก เพราะ เป็นทริป ที่จัดกันเอง มาเอง กับเพื่อนๆ อยากไปใหน ทำอะไรได้หมด เปลี่ยนแปลงแผนกระทันหัน เจอที่สวยๆ อยู่นานถ่ายรูปรอแสงสวย

หรือแม้แต่ จะนั่งดูเฉยๆ เพราะ ภาพที่เห้น งาม จนไม่สามารถถ่ายออกมาให้สวยแบบที่ตาเห้นได้ ก็เลยยืนดูเฉยๆ ก็มี บางครั้ง ทำอะไร อยู่ในกรอบนานๆ แล้ว ได้ออกมา ปลดปล่อย พักผ่อนบ้าง ก็เป้นการ กระตุ้นจินตนาการ ได้ดีเหมือนกันนะครับ

หฟๅ

_MG_6845

 

ขับขึ้นไปเรื่อย เจอเด็กๆ กลุ่มหนึ่งกำลัง เล่น แข่งรถกันอยู่ใน ร่องน้ำ เลย กะจะเอา Action cam ไปตั้ง ถ่าย ซะหน่อย ปรากฏว่าเด็กๆ เลิกเล่น

เลยไปเจรจา ให้เด็กๆ เล่นอีกครั้ง บนถนน

_MG_6853

_MG_6852

หลังจาก ปรึกษากันว่า ถ้าจะไปต่อ เราคงจะหา ลานฮอ ในตำนาน ไม่เจอ เลย ชวนกัน กลับ เข้าไปยังหมู่บ้าน และ เข้าไป สอบถามเส้นทาง จาก คุณครู ในโรงเรียน ได้ ความว่า การจะไปลานฮอ นั้นไปยาก มาก เดินไกล และ ต้องเป้นรถ กะบะ4WD ถึงจะขึ้นไปได้

_MG_6841

แดดก้ยังคง ออก สลับ กับ ฝนตกปรอยๆ ทั้งวัน

รูปนี้ ถ่ายจาก กล้อง Panasonic action camera

S1380001

โดย คุณครู ได้ บอกทางคร่าวๆ ให้เราแล้ว ว่าต้องย้อนกลับไปยัง ทาง มูกางจ๋าย โดยลานฮอ จะอยู่ห่างจาก มูกางจ๋าย ประมาณ 5 โล และห่างจากจุดที่เราอยู่ ปนะมาณ 4 โล  เราจึง ตกลงกันว่าจะไป ยังลานฮอ  แต่ระหว่างทาง จำได้ ว่าในแผนที่ บอกว่า มี อีกหมู่บ้านนึง ที่ ควรแวะไป และ เป้นทาง ที่เราต้องผ่านไปยังลานฮอ  เลยลองแวะไปครับ

เมื่อแวะ ก็จะเห้น นาขั้นบันได้ อีกมากมาย และ เรามีโอกาส ได้ เข้าไปถ่าย การ เกี่ยวข้าว และ การทุบเข้าแบบเวียดนาม ครับ

_MG_6872

การเกี่ยวข้าว และทุบข้าว ที่นี่ ไม่เหมือนบ้านเรา นะครับ เขาจะเกี่ยว และ ทุบข้าว ใส่ถัง ไม้ โดยผุ้ชายมีหน้าที่เกี่ยว และ ผู้หญิง ก้เอาข้าวที่เกี่ยวไว้ มาทุบ ในถังไม้ เพื่อให้ เมล็ดข้าว หลุดออกจาก รวงข้าว  แล้ว ก็เก็บข้าวใส่กระสอบ ไปกินที่บ้าน

_MG_6879

_MG_6883 _MG_6896 _MG_6924

เพื่อนร่วมทริปผมเลย ขออาสา ทุบข้าว ดุสักที

_MG_6888

โดยมี แม่ และเด็กน้อย คอยลุ้นว่าจะทำข้าว เขา กระเด็นหายไปมากแค่ใหน

_MG_6938

ก่อนที่จะพากันเก็บภาพเป้นที่พอใจแล้ว ก้ขอตัวออกมาก โดยอาศัย ภาษา มือ ทั้งหมด แต่ก้เข้าใจกัน เพื่อนผม ป๋าหน่อย เลย เอาเงินให้ ตีปเด็กไป 5000 VND

_MG_6942

จุดหมายต่อไป เรายังคง มุ่งหน้าไปตามหา ลานฮอ ในตำนาน โดยการถามทาง และ วัดระยะ จับไมลืรถไปเรื่อยๆ ประมาณ 4 โล เราเลยจอด ในจุดที่เราสงสัย ว่าจะใช่  ไปสอบถามทางปรากฏ ว่าเรามาถูกที่แล้ว ครับ

แต่ปัญหาคือ ทางขึ้นนั้น เรียกว่า เหมาะกับรถ มอไซคืวิบากมากกว่า ไม่สามารถ ซ้อนกันขึ้นไปได้ เราเลย จ้างให้ วัยรุ่นท้องถิ่นที่นั่น ขึ้นไปส่ง เพื่อน ที่ซ้อนมอไซค์ ส่วนเราก้ขับกันขึ้นไปแบบ ทุลักทุเลมาก เกือบ จะตกเขา อยู่หลายครั้ง ไม่มีโอกาส ได้ จอดถ่ายภาพระหว่างทางเลย เพราะ พื้นลื่นมากจากการที่ฝนตก ทางเป้นดินลูกรังอัดผสมหิน ถ้าใครขับมอไซค์ไม่แข็งจริง อย่าเสี่ยงนะครับ เดินขึ้นไปดีกว่า ใช้เวลาประมาณ 40-45 นาที ได้

แต่เมื่อขึ้นไปได้ วิวเทพๆ ที่เราตามหากันมา ตลอดสองวันที่ อยู่ที่นี่ก้รอเราอยู่จริงๆ ครับ

_MG_6958 _MG_6981 _MG_6990 _MG_7004 _MG_7012 _MG_7053 _MG_7094 _MG_7112

เราใช้เวลา รออยู่ที่นั่น เกือบ สามชั่วโมง เพราะ รอแสงสวยๆ ตอนเย็น ที่อาจจะ ส่องลงมา แต่ เราไม่สามารถ รอจนค่ำได้ เพราะ ต้องลงเขา โดย มอไซคื ซึ่ง อันตราย มากๆ

DSC_9032

ขาลง ง่ายกว่าขึ้นนิดนึง แต่ ความหวาดเสียว นั้นมากกว่า เพราะ ลื่นกว่า และ ความเร็วรถที่ลงไปนั้นเร็ว อาจจะ หลุดโค้ง ตกเหวได้ ต้องบอกว่าโชคดีมาก ที่ ไม่มีใคร ได้รับบาดเจ็บ เลยสักคน ถึงแม้ ผมจะ ทำมอไซค์ล้ม ตอนขาลง

หลังจากลงมาถึง แล้ว ก็ทักทาย กับครอบครัว ของ คนที่พาเราขึ้นไป และ ถ่ายภาพหมูกัน เป็นที่เรียบร้อย ก็ พากันกลับ ที่พัก อย่างอ่อนแรงครับ

S1380002

 

ระหว่างทางกลับ ก็เจอวิวสวยๆ อีก อดไม่ได้ ที่ต้องจอด เก็บภาพกันอีกครั้ง

 

_MG_7166 _MG_7148 _MG_7141

ตอนค่ำก็ออกมาเก็บภาพแม่น้ำ ริมที่พัก

_MG_7216 _MG_7246-re

เป็นอันจบทริปถ่ายภาพ ที่มูกางจ๋าย ครับ เพราะ พรุ่งนี้ เรานัดรถ มารับเรา จากฮานอย เพื่อพาเรากลับไปฮานอย

ในเวลา 9 โมงเช้า เพราะ จากการที่คุยกับ ไกค์ เราต้องนั่งรถ ระยะทาง ประมาณ 250 โล โดยใช้เวลา ประมาณ 6-7 ชั่วโมง เพราะไม่ได้วิ่งเส้นทางด่วน เหมือนตอน ขามา จากฮานอยไปซาปา

ก่อนรถจะมารับ กลุ่มเราก็พากันออกไปหา อะไรกิน ที่ ตลาด มูกางจ๋าย  และเก็บภาพบ้านเมืองเขาสักหน่อย เพราะ ตั้งแต่มา ก็ถ่ายแต่นาขั้นบันได

_MG_7256

_MG_7261

_MG_7263

หลังจากนั้น ก็ ขึ้นรถ บัส ที่มารับ โดยการติดต่อจาก ไกค์คนเดิม เพราะ ไม่สามารถ นั่งรถโดยสาร ออกไปได้ เนื่องจาก เสียเวลามาก ๆ และ พูดกันไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่

THE_WAY_TO_HANOI_01

ก็นั่งกันยาวๆ ไปถึง ฮานอย ระหว่างทาง มีการจอดถ่ายภาพ และ อ้วกกันบ้างเล็กน้อย  และ แวะทานข้าวกลางวัน ก่อนจะมาถึง ฮานอย ในเวลา เกือบ 17.00 น. เรารีบเช็คอิน ที่โรงแรม ที่จองไว้

เป็นโรงแรม ที่เพิ่งเปิดใหม่ และ สวยน่ารักมาก ที่เลือก เพราะ ไกค์แนะนำ ว่า อยู่ใกล้แหล่ง ช๊อปปิ้ง และ ทะเลสาบ Hoa gium lake แบบเดินไปได้

_MG_7297

_MG_7301

_MG_7366 _MG_7376

เป็นการปิดทริป 6 วัน 5 คืน ตามล่านาขั้นบันได ซาปา – มูกางจ๋าย แบบ มึนงง หลงทิศ ผิดแผน ที่ประทับใจมากๆ

 

ขอบคุณ เพื่อร่วมทริปทุกคน ที่มาร่วมสุข ด้วยกัน

ขอบคุณ Panasonic Action Camera ที่ให้ผมได้ใช้ เก็บบันทึกเรื่องราวการเดินทางของผม ในรูปแบบ วีดิโอ เพิ่มความหลากหลาย ในการนำมาถ่ายทอดเรื่องราว และแบ่งปัน ให้คนอื่นๆได้ชม

สุดท้ายฝากไว้

12022287_928441200561955_529419227_o

 

ในการเดินทางแต่ละครั้ง นอกจากจุดหมายปลายทาง และเรื่องราวระหว่างทางจะสำคัญแล้ว

 

” เพื่อนร่วมทาง ” ก็เป็นอีกปัจจัย ที่สำคัญที่ทำให้แต่ละทริป มีความสนุกสนาน มากน้อยแค่ใหน

 

ในทริป ซาปา – มูกางจ๋าย นี้ เพื่อนร่วมทริปของผม ทุกคน ทำให้การเดินทางครั้งนี้ เป็นทริปที่ประทับใจมากทริปหนึ่ง ถึงแม้เราจะเจอปัญหา ต่างๆ แต่ก็ช่วยกันแก้ปัญหา เฉพาะหน้าผ่านไปด้วยดีครับ

 

แล้วพบกันใหม่ ในการเดินทางครั้งต่อไปของผม  TummengTravel / แบกเป้เท่ห์ทั่วโลก  ได้ต่อไปครับ ครั้งหน้าครับ

12011478_924959297576812_619811489_o

You Recently Viewed ...

Nothing to Fear India นะจ๊ะนาย

Japan with (My)Love “เที่ยวญี่ปุ่นแบบญี่ปุ่น”

Yading The Lost Horizon , การเดินทางสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ “ย่าติง”

น่าน .. นาน..นาน..ได้ไหม….Whispered from Nan

20 จุด ปักหมุด ที่เที่ยวลำปาง

Tummeng Travel