Travel ต่างประเทศ

แบกเป้เที่ยว ใบไม้แดงญี่ปุ่น 12 วัน ด้วยตัวเอง กับงบ 55000 บาท ตอนที่ 1 เรื่องเล่าจาก Mt.Fuji

Rating Chart

1 average based on 2 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    2
Cover_1-1

หากใคร เคยอ่านรีวิว ญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต ของผม จากกระทู้เดิมครั้งที่แล้ว  http://pantip.com/topic/34013331

จะเห็นได้ว่าผม เกริ่น ไว้ใน โพสสุดท้าย ว่า “หวังว่า การมา ญี่ปุ่น ครั้งนี้ คงไม่ใช่ ครั้งแรก และครั้งเดียว เป็นแน่ เพราะ ญี่ปุ่น มาครั้งเดียวไม่เคยพอ”

จากรีวิวนั้น กว่าผมจะได้มา ญี่ปุ่น ครั้งแรกในชีวิต นี่ ลำบาก มากมาย (ไปตามอ่านเอาเองครับ 55) แต่สุดท้ายไป ญี่ปุ่น เจอแต่ ฝน ตลอด 5 วัน หลังจากกลับมาผมก็ พกความแค้นไว้ในใจ บอกกับตัวเองเสมอ ว่า สักวันฉันจะต้องกลับไป ญี่ปุ่น อีกครั้งให้ได้  เหมือน กับว่า เทวดาบนฟ้าได้ยิน จึงได้โปรด ให้ผมได้รับสายโทรศัพท์ จาก เพื่อน บล็อกเกอร์คนหนึ่ง ที่ สนิทกัน บอกว่า มีโปรเจ็กต์ มาจาก เว็ปจองตั๋วและที่พัก ให้ ไปล่าใบไม้แดงที่ญี่ปุ่น สนใจ ใหม ?  ผมไม่ทันที่จะถามรายละเอียดใดๆ ผมก็ตอบว่าไป ทันที

จึงเป็นที่มา ของ มหากาพย์ รีวิว ญี่ปุ่น นี้ออกมา  โดยผมคิดว่า น่าจะมี อย่างน้อย  3 – 4 ตอน โดยตอนแรก ผมขอใช้ ชื่อว่า เรื่องเล่าจาก Mt.Fuji

cover1-2

หาก รีวิวนี้ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หรือ ถูดใจ ก็ ฝากเพื่อนๆ ทิ้ง ข้อความทักทาย หรือ กดถูกใจ กันได้นะครับ

 

และ สามารถ ติดตามอัพเดตเรื่องราวกันได้ที่ https://www.facebook.com/TummengMagazine

 

หรือ หากใคร ต้องการ ไปดูรีวิว เก่าๆ สามารถดูได้ที่นี่ครับ http://pantip.com/profile/243129

เกริ่นนำ ทำไมต้องใบไม้แดง ญี่ปุ่น

 

page

ย้อนกลับไปที่สายสนทนา ในโทรศัพท์ จากเพื่อนบล็อกเกอร์ เจ้าของโปรเจ็กต์ ผมรับฟังคร่าวๆ แล้วก็ ยอมไป นั่งประชุมกันอีกครั้ง เพื่อ เลือก ภูมิภาค ในการเดินทางไป ญี่ปุ่น ของแต่ละคน  ซึ่ง บล็อกเกอร์ คนอื่นๆ (ทั้งหมด 6 คน) นอกจากผม และ แอดมิน เพจ สะพายเป้เท่ทั่วไทย แล้ว นอกนั้น ไปเที่ยว ญี่ปุ่น กันมาแล้ว อย่าง ช่ำชอง ในการประชุม ผมได้รับ โจทย์มาแบบ งงๆ ว่า ให้ ผมไป ถ่ายทอดบรรยากาศ ใบไม้แดง ในโซน Chubu(ภูมิภาคจุบุ) http://www.yokosojapan.org/th/2014/05/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B8/   ตาม สถานที่ เหล่านี้ คือ kanazawa , Karuizawa , kurobe alpine route , kawaguchiko และ arashiyama (จริงๆอันนี้อยู่คันไซตอนเหนือไม่รู้หลงมาได้ไง)  โดยมีแค่รูป สถานที่ต่างๆ ที่เป็น โบชัวร์ ที่ละ 1 รูปให้ดู ที่กล่าวมาทั้งหมด ผม พอจะคุ้นหูบ้าง และ เห้นรูปเด่นชัด ก็คือ คาวากุจิโกะ ซึ่ง มี ภูเขาไฟฟูจิ เป็น พระเอก  เท่านั้น สถานที่ อื่นๆ ผมไม่คุ้นเลย จริงๆ

เมื่อผมกลับมาบ้าน ก็ไปค้น ข้อมูล และ วางจุดต่างๆ ลงบนแผนที่ ใน Google map  ก็ได้ แผนที่การเดินทาง เป็นแบบนี้

map

และแน่นอน การเดินทางไกล ขนาดนี้ อย่างๆ น้อยๆ ต้องใช้เวลา 7-10 วัน เป็นแน่ๆ ซึ่งอย่างที่ ทราบกันดีว่า การเดินทาง ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นนั้น ค่าใช้จ่าย ค่อนข้างสูง ซึ่ง จะให้ผม จ่ายค่าเดินทางทั้งหมดด้วยตัวเอง คงไม่ไหวแน่ๆ ดังนั้นทริปนี้ พวกเราทุกคน จึงมี สปอนเซอร์ ช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ของทุกคนใน โปรเจ็กต์นี้ นั้นคือ เว็ปไซต์ https://www.expedia.co.th/ หรือ Expedia Thailand (เอ็กซ์พีเดีย ประเทศไทย) ซึ่งเป็นเว็ปไซต์ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางท่องเที่ยวอยู่แล้ว และ หลายๆคนรู้จักดี ในนาม เว็ปจองที่พัก จองตั๋วเครื่องบิน ต่างๆ

แกก

เมื่อมีเจ้าภาพ ผมก็สามารถ ที่จะ ดีไซน์การเดินทางท่องเที่ยว เก็บบรรยากาศใบไม้แดงของผม ได้ตามใจชอบ แต่ก็ยังอยู่ในงบประมาณ ที่กำจัด ดังนั้น ผมจึงอยู่ในญี่ปุ่น ให้ใกล้เคียงกับการที่ คนไทยได้รับงดเว้นวีซ่า 14 วัน  ซึ่งผมอยู่ 12 วันครับ

แต่ต้องบอกก่อนว่า การไปเที่ยว ญี่ปุ่นครั้งนี้ ผม ไปด้วยตัวเองไม่มีการ ซื้อทัวร์ หรือ มีไกค์ เลย และ การเตรียมตัวในการไปครั้งนี้ เรียกว่า แทบจะเป็นศูนย์ เพราะ ด้วย งานที่ ค่อนข้างเยอะ ก่อนการเดินทางจริงๆ ดังนั้น ผมมีเวลา เตรียมตัวจริงๆแค่ 7 วันเท่านั้น ดังนั้นมาดูกันว่า การเที่ยว ญี่ปุ่นด้วยตัวเองนั้นไม่อยากเลย

อันดับแรกวางแผน จุด และ เมืองที่จะไป

ผมวางแผนไว้คร่าวๆ ดังนี้

Kawaguchiko 3  คืน

Karuizawa  1 คืน

Toyama 2 คืน (เนื่องจากหาที่พัก Kurobe แล้วแพงมาก)

Kanazawa 1 คืน

Kyoto 2 คืน

Osaka 1 คืน

11222011_10203466395340275_3149523224532748744_n

 

อันดับสอง การจองห้องพัก

แน่นอน ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการคือ Expedia ผมก็ทำการจองห้องพัก จากเว็บ https://www.expedia.co.th/ ตามเมืองที่ผมจะไป ตามที่แพลนไว้คร่าวๆ ก่อน เพื่อให้แน่ใจ ว่ามีที่พักแน่ๆ เพราะ ช่วงที่ไปนั้น มันคือ ช่วง ไฮซีซั่น ของญี่ปุ่น และส่วนใหญ่ ผมจองที่พัก จาก เว็ปนี้ นอกเสียจาก มันเต็มจริงๆ และเหลือแต่ที่พักแพงๆ ซึ่งเกินงบของผมที่ตั้งไว้ ผมก็จองจากที่อื่น

hotelkawagugiko

 

เมื่อได้ ห้องพักแล้วก็ถือ ว่า ทริปนี้ สำเร็จไปแล้วกว่าครึ่ง ซึ่งทริปนี้ผมจ่ายค่าที่พักไปทั้งหมด ประมาณ 11000 บาทครับ

อันดับสาม การจองตั๋ว และ วางแผนการเดินทาง ภายใน ญี่ปุ่น

การวางแผนเดินทางในญี่ปุ่น ผม ใช้ สองโปรแกรม นั่นคือ google map และ hyperdia โดยใช้ร่วมกันเพื่อความมั่นใจ จริงๆ ใช้ อันเดียวก็น่าจะได้

Google map

googlemap

โปรแกรมนี้ จะสามารถบอกได้ ว่า เราจะเดินทาง ภายในญี่ปุ่น จากไหน ไปไหน ยังไง ขึ้นรถไฟ รถบัส ยังไง ชานชลาไหน เวลาเท่าไหร่ และ ค่าโดยสาร เท่าไหร่ เรียกว่า ละเอียดยิบ

Hyperdia หรือ http://www.hyperdia.com/en/

hyperdia

เป็นอีกโปรแกรมที่ใช้วางแผนการเดินทาง ในญี่ปุ่นด้วยรถไฟ ที่ มีบอก ตารางเวลา ที่แน่นอน ราคาโดยสาร สามารถเข้าไปดูวิธีการใช้ ได้ที่นี่

http://www.yokosojapan.org/th/2013/09/sep13-01/

ทีนี้เมื่อเรา ทำการวางแผนการเดินทางใน ญี่ปุ่นเสร็จแล้ว ก็ มาคำนวณ ค่าโดยสารต่างๆ ว่าเท่าไหร่ เพื่อที่ เราจะได้ ประหยัดงบประมาณการเดินทางด้วย JR Pass

JRpass

การเลือกซื้อ JR Pass สามารถเข้าไปดูได้ที่นี่

http://www.japanrailpass.net/th/

ซึ่งผม พลาด ขั้นตอนนี้ เพราะ ศึกษา มาไม่ดี และคำนวณการเดินทางพลาด เลยไม่ได้ ซื้อ JR Pass ไป ซึ่ง ถ้าซื้อไป ผม จะประหยัดเงิน ลงไป 2000-3000 จากค่าใช้จ่ายสำหรับค่าเดินทางทั้ง 14000 บาท เลย ทีเดียว

สำหรับคนที่จะไปเที่ยว ญี่ปุ่นอีกสิ่งหนึ่ง ที่ ควรมีติดตัวไป ตลอดการเดินทาง คือก็คือ มือถือ ที่มีสัญญาณอินเตอร์ ตลอดเวลา หลายคนอาจจะ ใช้วิธี roaming หรือ ใช้ wifi free ที่มีในญี่ปุ่น แต่ สำหรับ มือใหม่แบบผม ผมเลือกที่จะ ใช้ pocket wifi จากไทยไปเลยครับ เพราะ อย่างที่บอกผมมีการเตรียมตัวที่น้อยมากๆ

samurai_wifi_51

ทีนี้ เมื่อคุณ ทำสิ่งต่างๆ ตามที่กล่าวมาข้างบน คุณก็สามารถที่จะไปลุย ญี่ปุ่นได้ด้วยตัวเองแล้วครับ แบกเป้ สะพายกล้อง กำเงิน และ พก บัตรเครดิต แล้วออกไปลุย ญี่ปุ่นกันครับ

ปฐมบทการเดินทาง

ผมออกเดินทาง จากไทย ด้วยสายการบิน thaiairasiaX จากดอนเมือง ในเวลา เที่ยงคืนกว่าๆ ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 5 ชั่วโมง โดยประมาณ

_MG_9436 IMG_8497

ผมก็มาถึง สนามบินนาริตะ ของญี่ปุ่น ในเวลา ประมาณ 8 โมงเช้า (ญี่ปุ่นเวลาเร็วกว่าบ้านเรา 2 ชั่วโมง)

_MG_9439

 

หลังจาก เอากระเป๋าสัมพาระ ต่างๆ แล้ว ผมก็ ออกมายืนรอรถไฟ เข้าเมือง เพื่อจะไป ยัง สถานี ชินจูกุ เพราะ ต้องไป ต่อ รถบัส ไปยัง คาวากูจิโกะ ในวันนี้เลย โดยใช้ แอพ google map และ hyperdia ประกอบกัน เมื่อรู้ว่าจะต้องขึ้นสายใหน ไปลงใหน ต่อรถไฟอะไร เราก็ไปทำการซื้อตั๋ว ที่ เครื่องอัตโนมัติ ครับ เพราะ แทบทุกเครื่อง จะมี ภาษาอังกฤษ ให้เรากดได้แน่นอน ไม่ต้องกลัว

_MG_9447 _MG_9451 _MG_9452

เมื่อได้ตั๋วแล้ว เราก็ไปยัง ชานชลา ที่รถเราจะมาจอด (สามารถดูได้ จาก google map or hyperdia)

รอรถไฟ สักพัก รถรอบที่เราซื้อไว้ ก็มาตรงเวลาเป๊ะๆไม่ผิดแม้แต่ นาทีเดียว

_MG_9450

เมื่อมาถึง สถานีชินจูกุ แล้ว ผมก็ลากกระเป๋าผ่าน South exit  ออกมายัง จุดซื้อตั๋วรถบัส ไปยัง คาวากูจิโกะ (มารู้ทีหลังว่า สามารถซื้อ ล่วงหน้าได้จากทางเว็ป….ง่าวอีกตรู)  ผมได้ตั๋วรอบ บ่ายโมงครึ่ง เลย ยังพอมีเวลา เดินเล่นแถวนี้ๆ เกือบสามชั่วโมง  เลยฝากกระเป๋าไว้ที่ ล็อกเกอร์ (ควรแลกเหรียญ 100 เยนมาให้พอ) แล้ว ออกไปเดินเล่นหา ข้าวเที่ยงกิน

_MG_9453

เมื่อถึงเวลารถออกผมก็ แบกเป้ มาขึ้นรถ แล้วนั่งหลับบนรถบัส เป็นเวลา 2ชั่วโมงครึ่ง รถบัสก็พามาจอดยัง สถานี คาวากูจิโกะ (Kawaguchiko station) ซึ่งมีฉากหลังเป็น ภูเขาไฟฟูจิ ผมก็ลากเป้ ลงมายืนเก้ๆกังๆ แบบทำตัวไม่ถูก เพราะ ยังไม่รู้วิธี จะไปยังโรงแรม ที่จองไว้

_MG_9473

เพราะเท่าที่กด google map ดู ปรากฏว่า ที่พักผม ห่างจาก สถานี ไป 3 Km ครับ จะแบกเป้เดินไปก็ใช่ที่ จริงๆ ทางที่พัก เมลลืมาหาผมก่อนแล้วว่าผมจะมาถึงสถานีกี่โมง เขาจะมารับ ผมตอบเมลล์ไปว่าไปถึง ประมาณ 13.30 แต่นี่ ผมมาเลท ไป เกือย สามชั่วโมงเขาคงไม่รอแล้ว ก็เลยถามคนแถวนั้นว่าจะไป โรงแรมยังไง คนญี่ปุ่น ก็ใจดี ชี้บอกให้เดินไปถามที่ information เมื่อเข้าไป ก็ถามพนักงานในนั้น ซึ่ง พูดภาษาอังกฤษ ได้อย่างดี บอกว่าผมจะไป พักที่นี่ ไปยังไง พนักงานขอดูชื่อที่พัก แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวจะโทรไปให้ ทาง โรงแรม มารับ ผมก็เลย โอเค นั่งรออยู่สักพัก เพราะ ออกไปไหนก็ไม่ได้แล้ว ช่วง เดือน พย. ที่นี่ ประมาณ 4 โมงกว่า ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว รอไม่นานก็มี คุณลุง ขับรถพรีอุส มาจอด พร้อมป้ายชื่อผม ก็เลยได้ เข้าที่พักอย่างปลอดภัย

_MG_9471

เมื่อมาถึง ที่พักผมคืนแรก ที่ชื่อ Guesthouse Yumeya เป็นบ้านพัก สไตล์ญี่ปุ่น ที่ดูแลโดย สองสามี ภรรยา ที่ นามสกุล Hashimoto ซึ่งหลังๆ ผมเรียก ทั้งสองว่า ฮาชิโมโต้ซัง

_MG_9505

ที่พัก มีทั้งหมด 5 ห้อง แต่ละห้อง นอนได้ 2-4 คน ซึ่ง จะแบ่งเป็นแบบ ห้องพัก ชาย และห้องพักหญิง ไม่มีห้องนอนรวม ชาย-หญิง ห้องตกแต่งด้วย สไตล์ญี่ปุ่นแท้ มีแบบห้องที่ปูพื้นด้วย เสื่อ ทามามิ และห้องที่ผมได้ เป็นแบบนอนสองคน โดยคืนแรกผม นอนคนเดียว ส่วนอีกสองคืนที่เหลือ มีเพื่อน ชาวเยอรมัน มานอนด้วย

_MG_9491 _MG_9494

แค่ที่พัก เมืองแรกในญี่ปุ่น ก็ทำให้ผมประทับใจแล้วครับ เพราะ ฮาชิโมโต้ซัง แนะนำ สถานที่เที่ยว วิธีการ เที่ยว รอบทะเลสาบ การขึ้นรถ ลงเรือ ให้ผมเสร็จสรรพ แถมตลอดเวลา ที่ผมพักอยู่ที่นี่ มีความรู้สึกว่า เหมือนมาพักบ้าน ญาติ ที่เป็นคนญี่ปุ่น ตกเย็นค่ำๆ ผม ยิมจักรยาน จาก ฮาชิโมโต้ซัง ออกมาปั่นเล่น และ แวะ ทานข้าว ที่ Lawson เป็นชุดเบนโตะ ข้าวแกงกระหรี่ญี่ปุ่น ก่อนกลับ ที่พักไป นอนเพื่อตื่นมา มารับ วันที่2 ของทริปนี้

ฟูจิซัง ในฝัน

_MG_9501

เช้าวันที่ 2 ช่วงเช้าตรู่ ตี5- 7 โมงเช้า หมอกลงจัดหนามาก ผมปั่นจักรยานออกไป เพื่อจะถ่ายภาพ พระอาทิตย์ขึ้น ท่านกลางความหนาว 8 องศาเซลเซียส แต่ก็ผิดหวัง กลับมา ทานอาหารเช้าที่บ้านพัก  หลังจากทานอาหารเสร้จแล้ว สักพักผมนอนเล่นอยู่ในห้อง รอเวลา ฮาชิโมโต้ซัง รีบวิ่ง มาบอกผมด้วยความตื่นเต้น ว่า รีบ ขึ้นไปดู ที่ชั้น 2 ของบ้าน สิ ตอนนี้ ฟุจิซัง ออกมาให้เห็นแล้ว ผมขึ้นไป จึงได้เห็น ภาพนี้ จาก หน้าต่างห้อง ชั้นสอง หลังจากนั้น ฮาชิโมโต้ซัง บอกผม ว่า ให้ผม เดินไป ยังโรงแรม ใหญ่ ข้างๆ เกสเฮ้าส์ เพื่อขึ้นไปชั้น 5 จะมี จุด ชม ฟูจิ ที่สวยกว่านี้ ตอนแรกผม บอกจะดีเหรอ ผมไม่ได้พักที่นั่น แต่ ฮาชิโมโต้ซัง ก็คะยั้นคะยอ ให้ผมไป บอกไม่เป็นไร ให้ไป แล้ว ก้ กดลิฟต์ ไป ชั้น 5 ก็จะเห็นแล้ว ไม่มี ใครว่าหรอก

ผมเลย เดินออกไป ยังโรงแรม ฟูจิวิว Fuji view hotel เพื่อจะไปพิสูนจ์ ซิว่า จะสวย สมคำร่ำลือไหม

_MG_9518

ระหว่างทาง ที่เดินเข้าไปใน โรงแรม ฟูจิวิว ก็จะมีการแต่งสวน และ มี ใบไม้แดง ให้เห็นเป็นระยะๆ

_MG_9550 _MG_9563

เมื่อมึง แล้ว ผมก็ กดลิฟต์ขึ้นไป ยังชั้น5 ก็จะได้ภาพแบบนี้มา ครับ เป็นการถ่ายกระจกใส_MG_9529 _MG_9532 _MG_9531

หลังจากนั้น ผมก็ ปั่นจักรยาน ที่ยืมมา ไปยังจุดต่างๆ รอบ ทะเลสาบ คาวากูจิโกะ จริงๆ มีวิธีเดินทางรอบทะเลสาบด้วยรถบัสแต่ วันแรกผมเลือกที่จะปั่นไปจอดทุกจุด เพื่อดูว่า จุดไหน สวย เพราะ ถ้านั่งรถบัสมันจะ แวะ ลำบาก ซึ่ง จริงๆ สามารถ ดูได้ จากแผนที่นี้ ได้เลยครับ

Plain MAP3

ผมปั่นมายังจุดเริ่มต้น เป็นสวนเล็กๆ ใกล้ๆ สะพาน ข้ามทะเลสาบ น่าจะเป็นจุดจอดรถบัส ป้าย No.5 – 6 ตรงจุดนี้จะไม่ค่อยมีใบไม้แดงสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ จะเป็น ใบไม้เหลือง ต้นแปะก๊วย หรือ ต้น กิงโก๊ะ เสียมากกว่า

_MG_9574

 

ปั่นต่อไปยังจุดจอดรถบัสที่ 8-9 จะเริ่มมองเห็น สะพานข้ามทะเลสาบ ที่ทอดยาว ผ่านภูเขาใบไม้แดง สะท้อนน้ำ ในวันที่ อากาศเป็นใจ เช่นนี้

_MG_9579_1

IMG_8705 (1)

ส่วนจุดจอดรถบัสที่ 10-12 จะป็น บริเวณ ที่ ขึ้นกระเช้า และ ล่องเรือชม ทะเลสาบ คาวากูจิโกะ ซึ่งผมได้มาขึ้น กระเช้าในอีกวันหนึ่งครับ

_MG_9242

ผมปั่นไปเรื่อย ท่านกลางอากาศ ที่เย็น ประมาณ 14 องศาเซลเซียส และ แดดอ่อนๆ เจอจุดไหนสวยถูกใจ ก็แวะ ถ่ายภาพ

เมื่อปั่นมายัง ป้าย No 14 ก็ เจอมุม ที่เริ่มเห็น Mt.Fuji กันแล้ว แต่จุดนี้ จะยังมี ภูเขาอีกลูกบังอยู่นิดนึง ครับ

IMG_8721 IMG_8725

_MG_9605_1

ปั่นต่อไปยัง จุดที่ 15-16 ก็พอดีไปเจอภาพนี้ ตรงนี้ จะเป็น คล้ายๆ ท่าเรือเล็ก เก่า เลิกใช้งานไปแล้ว เพราะ สังเกตเห็น มีการกั้นไว้ และ ล็อกกุญแจ ซึ่งจุดนี้ จะไม่มี ใบไม้แดงให้ถ่าย แต่ภาพแบบนี้ ก็ไม่บ่อยนักที่จะมีโอกาส ได้เก็บ

_MG_9612 _MG_9616 _MG_9621

และปั่นออกมายัง bus stop no 17 ก็จะเริ่มเห็น ฟูจิ เต็มใบ แล้วครับ และ บริเวณนี้ จะมี สวนเล็กๆ ที่มี ใบไม้แดง อยู่บ้างประปราย พอเอาไว้ประกอบฉาก สวยๆ ได้อยู่

_MG_9638 _MG_9640_1

ย้ายมายัง bus stop No 19

ตรงนี้จะเป็น ศาลเจ้าเล็ก และ มี ต้นเมเปิ้ล และ ต้น กิงโก๊ะ อยู่ โดยรอบ เป็นอีกจุดที่ ต้นไม้ ใบไม้ แดงมากๆ ในวันที่ผมไป

_MG_9697 _MG_9707

ตรงนี้ ถือว่า ใบไม้แดง เริ่ม พีค พอสมควร บางต้นแดงจัดมากๆ

_MG_9725 _MG_9728

ปั่นต่อไปอีกนิด ยัง  bus stop No 18-19

ตรงนี้ถือว่าเป็น อีกจุดที่ คนเยอะ พอสมควร ในการถ่ายภาพ ใบไม้แดง กับ Fuji Sang เพราะ ตรงนี้ มี สวนหย่อม ที่จัดแสดงไว้ สวยงาม ทั้งแดง ทั้ง เหลือง

IMG_8818 (1) IMG_8890

_MG_9752

_MG_9798

กว่าจะรอให้คนโล่งแบบนี้ นั่งตั้งกล้อง เกือบ 20 นาที เพราะ ทั้ง พี่ จีน ไทย เวียดนาม เดินกันขวักไขว่ ถ่ายเซลฟ์ฟี่ กันวี๊ดว๊าย ดีใจ ร่าเริง ไม่ได้ สำเหนียก ถึงตากล้อง หล่อๆ คนนี้ ที่นั่งคุกเข่า รอเก็บภาพ นานสองนาน

_MG_9805

 

ขณะ ที่นั่งก้มๆเงยๆ รอเวลา ให้ กลุ่ม อาม่าชาวจีน ถ่ายเซลฟืฟี่ กัน เสร็จ ผมก็เริ่มรู้สึกถึง รังสี อำมหิต ข้างหัวผม ถัดจากต้นไม้ที่ผมตั้งกล้องอยู่ เห็นอาม่าคน นึง ยื่นมือถือ ให้ สามี แล้ว ชี้ มายัง ต้นไม้ ที่ผมนั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ แล้ว ส่งภาษาจีน ล้งเล้งๆ อันมีความหมายว่า ถ่ายรูปให้ฉันนะ ฉันจะถ่ายตรงนี้ ผมก็เริ่ม เอะใจ ละว่า อาม่า แกจะถ่ายยังไงฟะ ตรงนี้ มีแต่ลำต้น แต่ก็คิดในใจ ว่า แกคงอยากได้ ฉากหลัง เป็นใบไม้แดง ที่อยู่ไกลออกไปหน่อยเป็นแน่แท้ แต่ทันใดนั้นเอง ภาพนี้ ก็ปรากฏ ตรงหน้า ผม จนผมอดไม่ได้ ที่จะต้อง แหงนกล้องขึ้นไปลั่นชัตเตอร์ โดยไม่ต้องมองผ่าน วิวฟลายเดอร์ แต่อย่างใด คงไม่มีคำพูดหรือแคปชั่นใด จะมาอธิบาย ความรู้สึก ในขณะนั้นได้ ………………… โปรดดูรูป และ ใส่แคปชั่นเอาเอง

_MG_9800

Bus stop No 20-21 เป็นจุด ที่ผู้คน เยอะที่สุด และเป็นจุดที่สวยที่สุด ในการเก็บภาพ Mt.Fuji กับใบไม้แดง คงไม่ต้องมีคำบรรยาย ใดๆ แค่ลองภาพนี้ก็จะรู้ แต่ละต้นจะถูกจับจองด้วยเหล่าตากล้องจาก นานา ประเทศ

_MG_9870

IMG_8822

ผมจึงเลี่ยงออกมาเดินถ่าย ยัง บริเวณ ใกล้ๆ นั่น ซึ่ง จะมี ผู้คน มาเดินเล่น รวมถึง ชาว ญี่ปุ่นเอง ที่อาศัย อยู่แถวๆ นั้น ก็ พากัน ออกมาเดินเล่น รับบรรยากาศ สวยๆ ในช่วงเวลาดีๆ แบบนี้

_MG_9816 _MG_9829

คนญี่ปุ่น ชอบใช้เวลาว่าง กับธรรมชาติ ถึงแม้เทคโนโลยี่ เขาจะก้าวไกลแค่ไหน แต่ เราสามารถเห็น คน ญี่ปุ่น หอบลูกจูงหลาน จูงหมา ออกมาเดินเล่น ทามกลาง ธรรมชาติ ที่สวยงามของประเทศเขาอยู่เสมอๆ

_MG_9851 _MG_9860_1 _MG_9875 _MG_9880

ส่วน bus stop 22-23 หรือ อุโมงค์ ใบไม้แดง นั้น เท่าที่ผมปั่นผ่านไป เจอผู้คน หลายร้อยหลายพัน แออัด อยู่ตรงนั้น และ เท่าที่ดุ วันที่ผมไป ตรง บริเวณ อุโมงค์ ใบไม้ยังเขียวอยู่ ผมเลย ไม่คิดจะแหวกฝูงชน เข้าไปเบียดเบียนเก็บภาพ กะไว้ว่า จะมาเก็บภาพ ช่วงกลางคืนดีกว่า เพราะ บริเวณนี้ จะมีการทำ ไลท์อัพ เปิดไฟ สิ่งใบไม้ ในตอนกลางคืน

ตั้งแต่เริ่มปั่นจุดแรก มายังจุดสุดท้าย ใช้เวลา ร่วมๆ สี่ชั่วโมง ผมก็ หยุดพัก กลับไปทานข้าว เพื่อ จะเตรียม ตัวไปยัง เจดีย์แดง (Chureito pagoda) ในช่วงบ่าย

แต่ กว่า จะทานข้าวเสร็จ เพราะ ร้านอาหารแถวนั้นๆ คนเยอะมากๆ กว่าจะปั่น ไป สถานีรถไฟได้  พอไปถึง มันก็ไกล้ค่ำแล้ว เลยตัดสินใจ นั่งรถไฟกลับมายัง สถานี คาวากูจิโกะ เพราะ อ่านข้อมูล เขาบอกไปเจดีย์แดง  ช่วง บ่ายๆ เย็น จะถ่ายย้อนแสง เลย ตั้งใจ ว่าจะ พรุ่งนี้เช้าจะมาใหม่อีกที

และก็ถือว่า โชคดี เพราะ ขากลับ ได้ มีโอกาสได้ นั่งรถไฟ สาย fujikyo ซึ่งค่าตั๋วรถไฟแพงจากปกติ แค่ 200เยน เท่านั้นเอง

_MG_9919 IMG_8931

ด้านข้างรถไฟ เป็นกระจกบานใหญ่ และมีเก้ากี้แบบ เค้าเตอร์บาร์ให้นั่งชมวิว ได้

_MG_9923 _MG_9924

และรถไฟก็กำลังวิ่งผ่าน ภูเขาไฟฟูจิ เพื่อกลับไป สถานี คาวากูจิโกะ (3 สถานี)  นั่งเพลินๆ ชมวิวกันไป ครับ

_MG_9933 _MG_9938 _MG_9943

เมื่อมาถึง ก็ ตั้งใจไปเก็บ แสงอาทิตย์ตก ยามเย็น กับวิว ฟูจิอีกครั้ง ซึ่ง ก็ ฉิวเฉียดมา เกือบไม่ทัน

_MG_9948 _MG_9955

ตอนค่ำก็ไปเดินดู ไลท์อัพ แถวๆ อุโมงค์ เมเปิ้ล เก็บ บรรยากาศ ใบไม้แดง กับ แสง ทไวไลท์

_MG_9967 _MG_9968

บริเวณนี้ มีการจัดงาน ออกร้าน ขายอาหาร และ ขายสินค้า มากมาย ผมเลย ได้ อาศัยฝากท้อง ที่นี่ ด้วย ก่อนกลับ ไปนอน

เช้าวันที่ 3

ผม ตื่นแต่เช้า นั่งรถไฟ จากสถานี คาวากูจิโกะ ไปยังสถานี Shimoyoshida เพื่อไปยัง Chureito pagoda

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที แล้วก้เดินต่อมาจากสถานี อีกประมาณ 15-20 นาที

_MG_9182

จากสถานีนี้ เดินต่อไปอีก 10 นาที ก็จะถึงยังทางขึ้น

_MG_0002

ระหว่างทางขึ้นไปยังเจดีย์แดง ก็จะ มี ใบไม้แดง ให้เก็บ ไประยะๆ แต่ละต้นนี่กำลังแดง พีคๆ เลยครับ

_MG_0017 _MG_0026

IMG_9063

และเมื่อไปถึงบนสุดทางเดินก็จะเจอ วิวนี้ครับ สำหรับช่วง ใบไม้แดง  ถือว่าเป็นวิว ที่ ค่อนข้าง ฟิน สำหรับผม

_MG_0030 _MG_0039 _MG_0040

เดินขึ้นเนินต่อไปยังด้านหลังเจดีย์ ก็จะได้ มุมที่ ทุกคน เคยเห็น ผ่านตา ใน เน็ต มามากมาย แต่ครั้งนี้ ผมโชคไม่ดีเท่าไหร่ ที่ เจดีย์ กำลัง ซ่อมแซม อยู่ครับ เลยได้ รูป เจดีย์แดง วิฟูจิ กับ นั่งร้านมา

_MG_0043 _MG_0049 _MG_0050 _MG_0055

ขาลง ผมไม่เดินลงทางบันได ผมเดินลงมาทางที่รถวิ่ง ก็จะได้ บรรยากาศ แบบนี้

_MG_9133 _MG_9134

และก่อนที่จะกลับ ก้เจอกลุ่ม นักเรียน ญี่ปุ่น มาทัศนศึกษา  หรือ มาบำเพ็ญประโยชน์ อะไร สักอย่าง นี่แหละครับ ผมมีเข้าไปทักทาย แกล้ง ถามทาง เล็กน้อย กลุ่มนักเรียนหญิงกลุ่มนึงก็ พยายาม ตอบคำถามด้วยความเขินอาย กับภาษาอังกฤษ ที่พอจะฟัง รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง

_MG_9157 _MG_9163

เดินตามส่อง สาวๆ ญี่ปุ่น 555

_MG_9170

เมื่อมาถึง สถานี เตรียมขึ้นรถไฟกลับไปยัง คาวากูจิโกะ เพราะ ตั้งใจ ว่าวันนี้ จะขึ้นกระเช้า ไปเก็บภาพมุมสูง

แต่เริ่มเห็นเค้าลางไม่ค่อยดี เพราะ เริ่มมี เมฆ หมอก หนา ปกคลุม ท้องฟ้า หรือ เรียกว่า เมฆหลัว

แต่ก้ต้องขึ้นไป เพราะ หวังว่า ฟ้ามันคงจะครึ้ม แค่แปบเดียว ถึงแม้ App พยากรณ์อากาศ จะบอกว่า วันนี้ และ พรุ่งนี้ จะเริ่มมีฝนตก บริเวณ คาวากูจิโกะ

พอขึ้นไป ก็ มืดมาเลย

_MG_9200 _MG_9209

Mt.Fuji โดนบังเต็มๆ แถมโดนส่งแสงเทพประทาน มาเยาะเย้ยอีกต่างหาก  ยืนดูด้วย น้ำตาไหล เป็นทาง

_MG_9212

เลยตัดสินใจ ลง แล้วไปนั่งรถ เรทโทบัส เล่นๆ รอบ ทะเลสาบแถวนี้ดีกว่า เผื่อ ว่าจะเจออะไรดี เพราะ ไหนๆ ก็ซื้อตั๋วแบบ 2day pass มาแล้ว ซึ่งเป็นตั๋ว ที่จะทำให้เรา ขึ้นรถบัส ทั้งสายสีแดง สายสีเขียว ฟรี ตลอด 2 วัน กี่เที่ยวก็ได้

_MG_9250

ลองนั่งไปเรื่อยๆ ไป จนสุดสาย ที่ Lake saito จะเป็น หมู่บ้านโบราณ ที่สร้างขึ้น นั่งไปไกลมาก ประมาณ 45 นาที ได้

_MG_9276

IMG_9230

_MG_9304

 

เดินเล่น รอ เผื่อว่า พระอาทิตยื จะโผล่ มาให้ดู หรือ  mt.Fuji จะเลิกขี้อาย  ทะลุเมฆ  ออกมาให้ ชมอีก ครั้ง แต่ก็ ไม่มี โอกาสอีกเลย จนเกือบจะค่ำ เลยนั่งรถสายเดิม กลับไปยังที่พัก เป้นอันหมด วันที่ 3 ก่อนกลับแวะ ซื้อตั๋วรถบัส กลับ โตเกียว ในรอบเช้า เพราะ มั่นใจ ว่า ยังไง ซะ ที่นี่ ฝนตกแน่ๆ คงไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว เลย กะว่า จะไป ยังเมืองต่อไป นั่นคือ เมือง Karuizawa เมืองที่สอง ของทริปนี้

 

page

ซึ่งจะเป็นยังไง คงต้อง ติดตาม ในตอนต่อไป กับ เมือง แห่งที่ราบสูง Karuizawa – toyama – Kurobe – Kanazawa

สำหรับวันนี้ ขอบคุณทุกท่าน ที่เข้ามาชมรีวิวนี้ หากไม่เป็นการเสียเวลานัก โปรด ทิ้ง comment ทักทาย กันไว้บ้าง เพื่อเป็นกำลังใจ แก่คนทำรีวิว ทุกคน ครับ

You Recently Viewed ...

Nothing to Fear India นะจ๊ะนาย

Japan with (My)Love “เที่ยวญี่ปุ่นแบบญี่ปุ่น”

Yading The Lost Horizon , การเดินทางสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ “ย่าติง”

น่าน .. นาน..นาน..ได้ไหม….Whispered from Nan

20 จุด ปักหมุด ที่เที่ยวลำปาง

Tummeng Travel