Travel ต่างประเทศ ล่าสุด

แบกเป้เที่ยว เชียงใหม่ – ฉางซา – จางเจี่ยเจี้ย – เฟิ่งหวง อลังการธรรมชาติสร้างสรร

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0
cover

ไทยแอร์เอเชีย เปิดประสบการณ์การบินใหม่ เชียงใหม่ – ฉางซา ทุกวัน !!!!
เมื่อ เดือนที่ผ่านมา แบกเป้เท่ทั่วโลก ได้ รับเชิญจาก สายการบินไทยแอร์เอเชีย ให้ร่วมทริปสื่อ บินไปเที่ยว ประเทศจีนอีกครั้ง โดยครั้งนี้ เป็นการบิน จากเชียงใหม่ ไปยังเมือง ฉางซา ซึ่งเป็นเส้นทางใหม่ที่เพิ่งเปิดบินสดๆร้อนครับๆ

_MG_5546

เวลาบินออกจากเชียใหม่ ประมาณ18.15 ครับ ถือว่าเป็ยเวลาที่ดี เพราะ เลิกงานแล้วก็รีบมาขึ้นเครื่องไปเที่ยวได้ทันที ซึ่งใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมง ไปถึงจีนก็ดึกแล้ว นั่งรถเข้าโรงแรมแล้วก็เตรียมตัวเที่ยวต่อพรุ่งนี้ได้เลย

_MG_5547

_MG_5552

เช้าวันใหม่ที่ ฉางซา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของจีนครับ รถติดมากๆเมืองหนึ่งเลยครับ โดยวันนี้ เราจะนั่งรถไปยังเมือง จางเจี่ยเจี้ย กันครับ ซึ่งเมืองจางเจี่ยเจี้ย นั้น ต้องนั่งรถทัวร์ หรือ รถไฟไปก็ได้ครับ ถ้านั่งรถทัวร์ไปค่ารถประมาณ ร้อยกว่าหยวนครับ  แต่ทริปนี้ เป้นทริปสือ จึงมีรถบัสมารับผมออกเดินทางจากฉางซา ไปจางเจี่ยเจี้ย โดยใช้เวลาในการนั่งรถ ประมาณ 3-4 ชั่วโมงครับ

_MG_5556

ระหว่างทาง จากฉางซาไป จางเจี่ยเจี้ย วิวสองข้างทาง ก้จะเป็น ทุ่งนา และภูเขา ใหญ่น้อย ตลอดเส้นทางครับ เพราะแต่เดิมนั้น เมืองจางเจี่ยเจี้ย นี่ ถือว่าเป้นเมืองที่อยู่บนภูเขานะครับ ค่อนข้างไปมาหาสู่ลำบาก

_MG_5560

ระหว่างทาง รถฏ้จะจอดแวะปั๊ม หรือ จุดแวะระหว่างทางนะครับ เพื่อเข้าห้องน้ำ ซื้อขนม มากินได้ระหว่าง แต่ต้องเตือนกันไว้ก่อนเลย ว่า ห้องน้ำระหว่างทาง แถวนี้ ค่อนข้างจะไม่ถูกจริตคนไทยเราแน่นอน เพราะ ถนนที่เราวิ่งๆกันมานั้นเป็นถนนลอยฟ้า วิ่งบนภูเขามา ทำให้ มีน้ำน้อย ที่จะทำความสะอาดห้องน้ำ

_MG_5581

มาถึงจางเจี่ยเจี้ย ก็ถึงเวลาเที่ยงพอดี แวะทานข้าวกันก่อนครับ อาหารหลักๆและขึ้นชื่อของที่นี่ จะเป็นเห็น หน่อไม้ และผีกต่างๆครับ

 

_MG_5588 _MG_5589 _MG_5591

หลังจากอิ่มแล้ว ไกค์พาเราไปเดินย่อยอาหารกันก่อนที่ พิพิธภันฑ์ ภาพเขียนสีทราย ครับ เป้นการนำเอาทรายสีต่างๆ หินและเปลือกไม้ ต่างๆ มาทำให้เกิดเป็นภาพครับ ดูเพลินๆ สวยครับ

_MG_5605 _MG_5607

เมื่ออาหารย่อยกันแล้ว เราก็มุ่งหน้าไปยังจุดหมายแรก คือ  อุทยานแห่งชาติอู่หลิงหยวน (Wulingyuan Scenic Area)  

ซึ่งจุดแรกที่เราจะไปก็คือ ประตูสวรรค์ เทียนเหมินซานซึ่งตั้งอยู่ที่ ภูเขาเทียนเหมิน (Tienmen Mountain) 

_MG_5618

วิธีการเดินทางไปชมประตูสวรรคืเทียนเหมินซาน ทำได้โดย ซื้อตั๋วชุดแบบแพ็คเก็จ ราคา 261 หยวน ซึ่งจะรวม ค่านั่งกระเช้า ค่ารถบัส ค่าบันไดเลื่อน

_MG_5628

ซึ่งกลุ่มพวกเรา เลือกที่จะนั่งกระเช้าขาขึ้น และ นั่งรถบัสขาลงครับ ซึ่งตรงนี้ ต้องเลือกจะขึ้นจะลง ด้วยอะไร ไม่สามารถเลือกซ้ำได้

_MG_5638

ที่มองเห็นข้างล่างนั่นคือ ทางที่รถบัสวิ่ง ขึ้น – ลง ครับ

_MG_5645

กระเช้ามีความยาง 4 KM ใช้เวลานั่ง ประมาณ 45 นาทีครับ สามารถนั่งได้ 6-8 คน

_MG_5661 _MG_5677

เมื่อขึ้นมาถึงยอดบนสุดแล้ว ก็สามารถ ซื้อตั๋ว เดิน สะพานกระจก ในราคา 5 หยวน ครับ เดินทางเดินที่เป็นกระจก เพื่อไปอีกด้านของภูเขา ซึ่งจะเป้นทางลงไปยัง ประตูสวรรค์

_MG_5691 _MG_5695 _MG_5709

ถ้าเราซื้อตั๋วชุดมา ก็สามารถ ลงไปยังประตุสวรรค์ ทางบันไดเลื่อน 7 ต่อ ลงไปได้ครับ  ถ้าไม่ได้ซื้อมาก็ต้องเดินลงไป ไกล เหมือนกันครับ

_MG_5714

ออกจากบันไดเลื่อน ก็มาโผล่ยัง ประตุสวรรค์เที่ยนเหมินซาน เลยครับ

_MG_5724

โผล่มา ก็เจอบันได 999 ขั้น ถ้าใคร ร่างกายแข็งแรง ก็สามารถ เดินขึ้นลงได้ ครับครับ ใครซื้อตั๋วมา ให้เดิน บันได้เลื่อนโลดครับ

_MG_5726 _MG_5732

มาถึงข้างล่างก็มาถ่ายภาพกับ มุมยอดฮิต กันซะหน่อย ครับ ตลอดทริปวันนี้ มีเพื่อนในกลุ่ม บันทึกไว้ ว่าเดินไป หลายพันก้าว เหมือนกันครับ เล่นเอาเหนื่อย แถมยังสูงด้วย อากาศเบาบางกว่าปกติ

_MG_5737

หลังจาก เดินเล่นถ่ายภาพ กันแล้ว ก็กลับลงไปยังตัวเมืองจางเจี่ยเจี้ย เพื่อ ทานอาหารเย็นครับ สรุปวันแรก ถ้ามาเอง ที่ เทียนเหมินซาน สามารถ นั่งรถเมลล์ จากในเมือง มายังอุทยาน แล้วก็ซื้อตั๋ว ขึ้นมาเที่ยว ข้างบนได้ครับ

_MG_5756

หลังจากทานข้าวเย็นเสร็จแล้ว เราก้นั่งรถ กลับมายัง บริเวณตีนเขา เทียนเหมินซาน อีกครั้งครับ เพื่อเข้าชม การแสดง ของ จาง อวี้ โหม่ว ในชุดที่ชื่อว่า จิ้งจอกขาว ซึ่งตัวผมเอง เคย ดูการแสดง ของ จางอวี้โหม่ว มาแล้ว สองชุด คือ ที่ ลี่เจียง และ หังโจว

_MG_5762

ซื้อตั๋ว ราคา ประมาณ 300-600 หยวน แล้วแต่ทำเลที่นั่ง ซึ่งถือว่าค่อนข้างแพง และ การแสดงมีทุกวัน เวลา 20.00 น.

_MG_5768

โดย เนื้อหาการแสดง จะกล่าวถึง นางพญาจิ้งจอกขาว ที่แปลงร่างเป็นมนุษย์แล้วมารักกับ ชายหนุ่มเก็บฟืน โดยทั้งสองต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย กว่าจะได้ ครองรักกัน ครับ

_MG_5775

แสงสี อลังการมากมาย นักแสดง กว่า 500 คน  โดยจะมรคำบรรยาย เป็นภาษาอังกฤษ และ เกาหลี ครับ

_MG_5788 _MG_5797 _MG_5812 _MG_5814

จบการแสดง ราวๆ สี่ทุ่ม ก็กลับมานอนพักที่ โรงแรม เพื่อเตรียมตัว ไปเที่ยว ในวันพรุ่งนี้ต่อไป

_MG_5821

วันที่ 2 ใน จางเจี่ยเจี้ย เรายังอยู่ที่  อุทยานแห่งชาติอู่หลิงหยวน (Wulingyuan Scenic Area) แต่ครั้งนี้ เรามา ชมความงามของ ภาพเขียนสิบลี้ (Ten Mile Natural Gallery) โดยที่เราเลือกนั่งรถรางชมความงามของภาพเขียนสิบลี้ ความงามของภาพเขียนสิบลี้ก็คือ การที่ คนจีน นำเอาจินตนาการ สมมุต ให้ภูเขาต่างๆ ตลอดสองข้างทางที่รถวิ่งผ่าน เป็นรูปร่างต่างๆ เช่น สิงโต คนแก่ เทวดา  ต่างๆ ถ้าใคร อยากชมจินตนาการ ของคนจีน ก้สามารถเดินได้ ไม่ต้องนั่งรถราง ระยะ ทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร

_MG_5846

_MG_5844

หลังจากนั้นเราก็ นั่งรถต่อไปยัง  เทียนจื่อซาน (Tianzi Mountain) หรือที่นิยมเรียกกันว่าภูเขาอวตาร เพราะว่ากลายเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจางเจียเจี้ย มาจากการที่ภาพยนตร์เรื่อง Avatar นำภาพขุนเขาของที่นี่ไปใช้ประกอบเป็นส่วนหนึ่งของฉากในหนัง ค่าเข้า  248 หยวน

_MG_5869

ซึ่งผม โชคไม่ดีเท่าไหร่ วันที่ไปนั่น ฝนตกตลอดวัน มีหมอกหนา ทำให้ มองไม่เห้นทัศนียภาพ ที่สวยงามเท่าไหร่นัก โดยตรงนี้ เราสามารถ นั่งลิฟต์แก้ว ราคา 72 หยวน ขึ้นมายังยอดบนสุด เพื่อชมความงาม และเดินเทรคไปเรื่อย จะมีจุดชมวิว ต่างๆ เป็นระยะๆ

_MG_5875 _MG_5885

เดินวนบนเขา หนึ่งรอบ น่าจะเป็นระยะทาง 4-5กิโลเมตร ครับ ค่อยๆ เดินไปครับ ถ้าฟ้าเปิดอากาศดี แล้วค่อยกลับลงมา ด้วยกระเช้า ในราคา 72 หยวน ครับ

_MG_5893

สรุปวันที่สอง ในจางเจี่ยเจี้ย กลุ่มเรา เดินกันประมาณ 10000 ก้าว ครับ มีคนจับจำนวนก้าวไว้ ตกเย็นวันนั้นเลยนอนสลบ กันทุกคน เพราะ โดนฝนกันด้วย

วันที่ 3 เราตื่นกันมา สายๆ หน่อย แล้วเดินทางไปยัง ถ้ำมังกรเหลือง (Yellow Dragon Cave) หรือ หวงหลงต้ง (Huanglong Dong) เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจางเจียเจี้ย ด้วยความยาวถึง 30 กิโลเมตร (แต่ว่าเปิดให้ชมแค่ประมาณ 4.5 กิโลเมตรเท่านั้น)ข้างในถ้ำ มีหินงอก หินย้อย งดงามให้ชม มากมาย และยังสามารถ ล่องเรือ ภายในถ้ำได้อีกด้วย ค่าเข้า 103 หยวนครับ ถ้าเวลาไม่พอ ผมแนะนำว่า ตรงนี้ตัดออกไปก็ได้ ครับ _MG_5918 _MG_5925 _MG_5936 _MG_5941 _MG_5950

ออกจากถ้ำ ทานอาหารเที่ยง แล้ว เราก็ขึ้นรถบัส มุ่งสู่ เมืองโบราณ เฟิ่งหวง ครับ  โดยใช้ เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง สองข้างทาง มีแต่ภูเขา และ ภูเขา ครับ

_MG_5574

เรามาถึงเมืองโบราณฟ่งหวง (Fenghuang Ancient Town) ซึ่งตั้งอยู่ใน เขตปกครองตนเองชนชาติถู่เจียและชนชาติเหมียว (Xiangxi Tujia-Miao Nationality Autonomous Prefecture) ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองเพียงหนึ่งเดียวในมณฑลหูหนาน   ตอนค่ำ เข้าไปเช็คอิน โรงแรม และ ทานข้าว หลังจากนั้นก็มาเดิน ในเมืองโบราณเฟิ่งหวง เพื่อชม ความงามในยามราตรีของเฟิ่งหวง ครับ

_MG_5956

ส่วนใหญ่ ก้จะเป้น ร้านขายสินค้าต่างๆ ทั้งสินค้า พื้นเมือง และ สินค้าทั่วไป มีร้าน กาแฟสวยๆ ร้านไอติมน่ารักๆ

_MG_5991

_MG_5961

แต่ที่แน่ๆ บ้านเรือนทรงโบราณต่างๆ เหล่านี้ ถูกเนรมิตร ให้กลายเป็นผับ บาร์ เปิดเพลง แด้นซ์ กันสนั่นหวั่นไหว ทั่วเมืองเฟิ่งหวง ครับ เรียกลูกค้ากัน มากมาย ราคาก็แพงหูฉี่เลยครับ เบียรืท้องถิ่น ขวดเล็ก 40-50หยวน  เบียร์นอก 70-80 หยวน เลย เรียกว่ากินเพลินๆ มีหมดตัว

_MG_5965

ลองเดินเลาะแม่น้ำยามค่ำคืน เพื่อเก็ย บรรยากาศ ของข้างแม่น้ำ ก้สวยดีครับ มีแสงสี จากร้ายรวงต่างๆ ส่องสว่างไสว

_MG_5967 _MG_5968 _MG_5970 _MG_5979  สุดท้าย ก็มานั่งจิบเบียร์ กันริมน้ำ ไกล้ๆ กับสะพานสายรุ้งครับ บรรยากาศดี เป้นร้านแบบนั่งชิลล์ๆ แต่เบียร์แพงมากก

_MG_6001

ส่วนตอนกลางวัน เฟิ้งหวง จะเป็นเมืองโบราณ ที่ยังมีบ้านเรือนแบบโบราณให้นักท่องเที่ยวได้ เที่ยวชม

_MG_6007

สัญลักษ์ ของเมือง เฟิ่งหวง ก้คือ นกยูง หรือ นกฟินิกซ์ ซึ่งการแต่งกาย ของชวแม้ว ใน เฟิ่งหวง ก้จะ เป้นการแต่งเลียนแบบ นกยูง นั่นเอง

_MG_6020

ภายในเมืองโบราณ เฟิ่งหวง ก้จะมีร้าน ต่างๆ ขายสินค้า หลายอย่าง มากมาย ที่สำคัญ และ ขึ้นชื่อ ก้คือ เหล้าขาว ผ้าพื้นเมือง และ หมูรมควัน นอกนั้นก็จะเป้นสินค้าใหม่ๆ

_MG_6022 _MG_6027 _MG_6033

มีอาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่ออีกอย่างของ ที่นี่ ก้คือ เต้าหู้เหม็น กับ กุ้งแพ ที่หามาได้จากแม่น้ำ ที่ไหลผ่ากลางเมืองเฟิ่งหวงนี้

_MG_6034

แม่น้ำสายสำคัญแห่งนี้ ถือเป้น สายโลหิต หล่อเลี้ยงคนเมืองนี้มาแต่ยาวนาน ทั้ง อุปโภค บริโภค ถ้ามีโอกาส ก้ลอง นั่งเรือ ชมความงาม และ วิถีชีวิต ของชาวเฟิ่งหวงได้ ครับ ซึ่ง จะมี แพ็คเกจ ซื้อตั๋ว รวม ล่องเรือ เข้าชมบ้านกวี และ ขึ้นจุดชมวิวชั้นสองของสะพานสายรุ้ง ในราคา 148 หยวน ครับ _MG_6047

มีสาวจีน มาร้องเพลงให้ฟัง ขณะล่องเรือด้วย _MG_6059 _MG_6075 _MG_6078 _MG_6087 _MG_6094

เสร้จจากล่องเรือ ก็ขึ้นไปยังจุดชมวิว ชั้นสอง สะพานสายรุ้ง เพื่อเก็บบรรยากาศ มุมสูง ของเมือง เฟิ่งหวง

_MG_6104 _MG_6110 _MG_6123 _MG_6126

ก่อนเดินทางกลับ แวะไปดินเล่น และ ถ่ายภาพ กับ สะพาน หินและ สะพานไม้ ที่เฟิ่งหวงกันสักนิด ซึ่งที่นี่ จะมี นักท่องเที่ยว มาแต่งกาย ชุดแม้ว ถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนาน

_MG_6139 _MG_6150 _MG_6160 _MG_6177

หลังจากนั้น ก็ เดินทางกลับไปยัง ฉางซา ครับ โดยใช้เวลา ในการเดินทาง ประมาณ 6-7 ชั่วโมง โดยรถบัส ครับ ไปถึง ก็มืดแล้ว กินข้าว แล้ว นอนเอาแรง ไว้เที่ยว ฉางซา วันสุดท้ายครับ

_MG_6190

เดินบริเวณ ถนนคนเดิน และ โซน ห้างสรรพสินค้า ของเมืองฉางซา ครับ แต่ผมก็ไม่ได้ ซื้ออะไร นะครับ เพราะ สินค้า ไม่ได้ ถูกมากมาย แบบ กวางโจว หรือ เซี่งไฮ้ ไรพวกนั้นครับ

_MG_6191

เย็นๆ เราไป เดินเล่น นั่งรถไฟ รถราง ที่เกาะส้ม ครับ ซึ่งเป้นเกาะ น้ำจืด ที่ใหญ่ ที่สุดในโลก โดยจะมี รูปปั้นประธานเหมา เจ๋อ ตุง ที่ทำจากหินอ่อน ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนเกาะด้วย สาเหตุ ที่เรียก เกาะส้ม เพราะ ปลูกส้มเยอะ ด้วยครับ  ที่นี่ลักษณะ จะเป็นคล้ายๆ สวนสาะรณะ ให้คนมาเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจครับ

_MG_6198 _MG_6200 _MG_6221

และสุดท้าย ทานข้าวเย็น แล้ว นั่งรถ ไปขึ้นเครื่องกลับ เชียงใหม่ ในเวลา 4ทุ่ม ครับ  ถึงเชียงใหม่ ก้ ตี2  นอนพักผ่อน ตื่นเช้ากลับไปทำงาน ยังทัน  ขอบคุณ สายหารบินไทยแอร์เอเชีย ที่พาไปเปิดประสลการณ์ใหม่ๆ ในครั้งนี้ ที่กล้ามาเปิด เส้นทาง เชียงใหม่ – ฉางซา ให้กับ คนเหนือแบบผม ได้โอกาสไปเที่ยวจีนง่ายๆกับเขาบ้าง   สมกับกับ สโลแกน บินไปจีนต้องแอร์เอเชีย จริงๆครับ

_MG_6225

ขอสรุปทริปนิดนึง  เผื่อใครอยากตามรอยมาเที่ยว

– ทริปนี้บินจากเชียงใหม่ 18.15น.ถึงฉางซา 22.30น.

– ใครไม่อยากนอนโรงแรมก็นอนสนามบินไปก่อน แล้วค่อยออกไปนั่งรถไฟฟ้าไปต่อรถบัสที่สถานี เพื่อเลือกไประหว่างจางเจียเจี้ยหรือเฟิ่งหวง

– รถบัสจาก ฉางซาไปเฟิ่งหวง มีวันละ 2-3รอบ ใช้เวลา6-8ชั่วโมง
– รถบัสจากฉางซาไปจางเจี่ยเจี้ย . มีหลายรอบใช้เวลา3-4ชั่วโมง

– ถึงเฟิ่งหวง เย็นๆ ก็ไปเก็บแสงเย็น และสีสันยามค่ำคืนก่อน เบียร์แพงมาก

– ค่าโรงแรมที่เฟิ่งหวง 200-300หยวน พอหาได้ทั่วไป

– ตื่นเช้ามาเก็บบรรยากาศยามเช้า เมืองโบราณ ล่องเรือชมวิว

– เที่ยงๆกลับมาขึ้นรถบัสไปยังจางเจี่ยเจี้ย 3-4ชั่วโมง

– ถึงจางเจี่ยเจี้ย ควรนอนสักสองคืน

– ที่เที่ยวหลักๆในจางเจียเจี้ยมีดังนี้

– เที่ยวหุบเขาอวตาร. นั่งกระเช้า ขึ้นลิฟต์แก้ว (มีรถเมลล์มาจากตัวเมืองตลอดวัน)

– เที่ยวประตูสวรรค์ เทียนซานเหมิน นั่งกระเข้า เดินสะพานกระจก มีบันไดเลื่อนบริการไม่เหนื่อย (มีรถเมลล์ออกจากตัวเมืองตลอดวัน)

– เที่ยวถ้ำมังกรเหลือง (ถ้าไม่มีเวลาตัดออกได้)

– เที่ยวชมการแสดงของจางอวี้โหม่ว ชุดจิ้งจอกขาว ยามค่ำ การแสดงเริ่ม20.00น

– หลังจากนั้นนั่งรถบัสกลับมาฉางซา เที่ยวชิล์ๆ รอขึ้นเครื่องกลับเชียงใหม่ตอน23.30น .ถึง 01.15น.

– ช่วงเวลาที่ควรมาคือหน้าร้อนและหน้าฝน ถ้าหน้าหนาวจะหนาวเกินไป

– อาหารจะ เค็ม มัน เผ็ดนิดหน่อย
– ห้องน้ำต้องทำใจบ้าง50%เจอแน่ๆ
– ในเมืองฉางซารถติดมาก
– ที่เที่ยวส่วนใหญ่มีwifi free ให้ใช้. โหลด VPN. มาทะลวงโลด

ทริปประมาณ 4คืน4วัน หรือ 5คืน5วัน

ใครจะไปที่เที่ยวอื่นนอกจากนี้แนะนำมาได้ครับ ‪#‎Thaiairasia‬ ‪#‎แบกเป้เท่ทั่วโลก‬ ‪#‎changsha‬.

====================================================================

ฝากติดตามผลงานและ อัพเดตข่าวสารกันด้วยครับ

เพจ :  https://www.facebook.com/TummengMagazine 
instagram : https://www.instagram.com/tummengtravel/
twitter : https://twitter.com/tummengtravel 
Pantip : http://pantip.com/profile/243129

ติดต่องาน

Line ID : tummeng.in
Email : [email protected]
Tel : 0830307514

=======================================================================

 

 

 

You Recently Viewed ...

Nothing to Fear India นะจ๊ะนาย

Japan with (My)Love “เที่ยวญี่ปุ่นแบบญี่ปุ่น”

Yading The Lost Horizon , การเดินทางสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ “ย่าติง”

น่าน .. นาน..นาน..ได้ไหม….Whispered from Nan

20 จุด ปักหมุด ที่เที่ยวลำปาง

Tummeng Travel