Travel ในประเทศ

Krabi Re-Honeymoon ทริปทะเลหวาน น้ำตาลจืด ที่กระบี่ 3วัน2คืน

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

ย่างเข้าเดือน กุมภาพันธ์ ซึ่งถือว่าเป็นเดือนแห่งความรัก หลายๆคน คงครีเอททริปพาแฟนไปสวีทหวานกัน ที่ใหน สักที่สินะครับ

แล้วจะไป ที่ใหนดีละ บางทีก็เลือกไม่ถูกใช่มั้ย ?  นี่เลย วันนี้ ผมมีทริป ดีๆ มาชวนไปเที่ยว เผื่อว่าเป็นไอเดีย อยากพาแฟนไปตามรอยผมได้ เพราะ ทริปที่ผมไปนั้น เป็นทริป ธรรมดาตามโปรแกรม ทั่วไป 3วัน2คืน ที่กระบี่ ผมเลือกทริปดีๆที่ กระบี่ เพราะ กระบี่เป็นสถานที่ ที่ผมกับแฟนได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดกันครั้งแรกครับ ผมเลยอยากพาแฟนกลับไปย้อนรอยอีกครั้ง ซึ่งตอนที่ไปเที่ยวกันครั้งนั้น ผมก็ได้รีวิวไว้แล้ว ตามลิ้งค์นี้ครับ

http://2g.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E9583660/E9583660.html

สำหรับทริปนี้ถือว่าเป็น ทริป รี ฮันนีมูน ก็ได้ ครับ เพราะ หลังจากแต่งงานและมีตัวเล็ก 2 คนแล้ว ผมกับแฟน ก็ไม่ค่อยมีเวลา ออกไปเที่ยว ทริปแบบนี้ ด้วยกันสักเท่าไหร่ เพราะ หน้าที่การงาน เวลาที่ไม่ค่อยว่างไม่ตรงกันสักเท่าไหร่ ผมเลยเดินทางแบกเป้ไปไหนต่อไหนคนเดียวซะส่วนใหญ่  ทริปครั้งนี้ผมมีโอกาสได้รับการชักชวน จาก ทาง ททท กระบี่  ให้มาเที่ยว ในทริป คู่รัก ต้อนรับ วันวาเลนไทน์ ก็เลย ตอบตกลงอย่างไม่ลังเล  ผมหวังจะพาแฟนเที่ยวกระบี่ เติมความหวานให้ ชีวิตคู่อีกครั้ง ครับ

ทริปนี้ เริ่มจาก เชียงใหม่ครับเพราะเราสองคนอยู่ที่เชียงราย  ผมเลือกขับรถมาขึ้นเครื่องที่เชียงใหม่  เพื่อบินตรงไปยัง กระบี่ โดยไม่ต้องแวะ ที่ใหน ให้เสียเวลา กับสายการบิน ไทยแอร์เอเชีย ถึงแม้จะมาช้า คนต่อคิวเยอะแต่สายการบินนี้มีบริการตู้เช็คอินให้ผมกับแฟนเลือกใช้บริการ ครับ

ใช้เวลาบิน ไม่ถึง สองชั่วโมง พวกเราก็ มาโผล่ ที่สนามบิน กระบี่ ครับ  จากทริป ที่ได้ รับแจ้ง มาจาก ททท ตามกำหนัดการ คร่าวๆ แล้ว คงเที่ยวแบบ รถสาธารณะคงลำบากน่าดู ผมกับแฟนตัดสินใจใช้ บริการรถเช่า ที่สนามบินเลยครับ  วันนี้ ได้ รถของ  Hertz มาครับ มีเคาเตอร์ อยู่ที่ อาคาร 1 ชั้นล่าง เดินไปแจ้งพนักงานก็รับรถออกมาเซ็นเอกสาร ไม่กี่ที่
Hertz Rent a Car ( Hertz Thailand )

โปรแกรมคร่าวๆ ของเรามีดังนี้ครับ

วันแรก

  • เที่ยวน้ำตกร้อน  สระมรกต
  • เที่ยวชมป่าชายเลน และป่าโกงกางบริเวณลานปูดำ
  • ชมถนนคนเดินกระบี่ และ หาอาหารท้องถิ่นกิน

วันที่สอง

  • นั่งเรือ ไปยังเกาะห้อง หรือ เที่ยว ทะเลแหวกชม 4เกาะ
  • พักผ่อน และชม พระอาทิตย์ตกที่ อ่าวนาง หรือ ใกล้เคียง

วันที่สาม

  • เที่ยวอ่าวไร่เลย์ และ ทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์ปีนผา ที่ไร่เลย์

ซึ่งใครสนใจ โปรแกรมทัวร์แบบนี้ สามารถ ติดต่อทัวร์ได้ที่

Noi Truly Krabi Travel หน่อย ทูรลี่ กระบี่ ทราเวล
http://www.facebook.com/NoiTrulyKrabiTravel
โทร.& แฟ็กซ์ 075-656410, 089-6478510, 089-8711120
ID Line: 0896478510

ดังนั้น เมื่อได้รถแล้วเราก็รีบขับไปยังน้ำตกร้อนและสระมรกตที่อยู่ใกล้เคียงกัน โดยอยู่ห่างจากสนามบิน ประมาณ 50 กม ใช้เวลาขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง เราก็มาถึงยัง น้ำตกร้อนคลองท่อม ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ นอนแช่น้ำตกอุ่นๆ หรือ แช่ขา ด้วยน้ำพุร้อน แต่วันที่เรามาคนค่อนข้างเยอะแฟนผมเลยไม่ได้ลงแช่น้ำตกร้อนครับ แต่ก็โชคดีที่มีพื้นที่ได้แค่แช่ขาแก้เมื่อยไปพลางๆก่อน

ออกจากน้ำตกร้อนคลองท่อมแล้วเราก็รีบขับไปยังสระมรกตต่อครับ เพราะใกล้จะค่ำแล้วที่ สระมรกต เปิดให้เข้าถึงแค่ 17.00 น. นะครับ และ เมื่อถึงเวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่ก็จะเป่านกหวีดให้คนออกจากสระให้หมดครับ ดังนั้นใครจะมาต้องคำนวณเวลาดีๆ นะครับ ทั้งนี้สระมรกตอยู่ในความดูแลของ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว มีผู้คนมากมายมาแวะเวียนมาเล่นน้ำ ในสระมรกต แห่งนี้ ไม่ขาดสาย ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย และ ชาวต่างชาติ ในบริเวณใกล้ๆกันก็จะมีทางเดินสำหรับศึกษาธรรมชาติด้วย โดยเราสามารถเลือกเดินตามเส้นทางนี้ได้ ซึ่งระยะทางในการเดินเท้า ประมาณ 1.4กม. ครับ 

เดินแปบเดียวครับ แค่พอเหงื่อซึมก็มาถึง สระมรกต แล้วครับ รีบถ่ายภาพแล้วลงเล่นน้ำกันเลยเพราะใกล้เวลาสระจะปิดแล้ว

แน่นอน นี่มันทริป รี-ฮันนีมูน ต้องมี รูปคู่สินะ..

ห้าโมงครึ่งเป๊ะ! เจ้าหน้าที่ก็เป่านกหวีดให้คนขึ้นจากสระ หลังจากขึ้นมาแล้วพวกเราก็ขับรถเข้าเมืองไปยัง ลานปูดำ เพื่อจะไปหาอะไรทานที่ถนนคนเดินกระบี่ด้วยครับ เพราะตอนนี้ก็เริ่มหิวกันแล้ว..  ที่ถนนคนเดิน มีทั้งของกินของใช้ และที่ขาดไม่ได้แน่ๆ ต้องมี อาหารทะเล สดๆ แบบปิ้งๆ ย่างๆ ราคาย่อมเยาว์ได้ลิ้มลอง เล่นเอา เลือกไม่ถูกเลยว่าจะกินอะไร จะกินเยอะ ก็กลัวอิ่ม เดี๋ยวไปทาน มื้อเย็น ที่ร้านอาหารไม่ได้อีก

เดินสักพัก พี่ที่รู้จักนัดเจอ พบปะตามปะสาคนต่างถิ่น ก็พากันไปทานอาหารที่ร้านอาหาร ชื่อ ร้านปูดำ อยู่ไม่ไกลจากถนนคนเดิน เลยครับแถวนั้นมีร้านอาหารเยอะเลยครับ แต่ที่พวกเราเลือกร้านนี้ เพราะนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเยอะมาก และราคาจัดอยู่ในราคาที่พอรับได้ครับ จากเมนูที่เห็นทั้ง 4 อย่างคือ หมึกนึ่งมะนาว แกงกะทิเนื้อปู กุ้งผงกระหรี่ หมูสามชั้นทอดน้ำปลา บวกกับเครื่องดื่มมึนเมา อีก 5 ขวด เช็คบิล มา 1200 บาท ผมถือว่าไม่แพงเกินไปนัก สำหรับเมืองท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินชนกันขนาดนี้

ทานมื้อเย็นอิ่มหนำสำราญเสร็จ ก็แยกย้ายกลับมายังที่พักครับ คืนแรกครับ เราพักที่ Deevana Krabi Resort ซึ่ง ทางรีสอร์ทได้จัดห้องซะสวยจนแทบไม่กล้านอนเลยครับ สมกับเป็นทริป รีฮันนีมูน ของเราจริงๆ

มีอ่างอยู่หน้าห้อง แฟนผมไม่รีรอที่จะลงไปแช่น้ำอุ่นๆ หายเมื่อยล้าและผ่อนคลายจากการเดินทางทั้งวันก่อนจะนอนครับ

วันที่ 2

เราตื่นแต่เช้าครับเพราะนัดทัวร์วันเดย์ทริปเกาะห้อง รถมารับที่โรงแรม เวลา 8.30 น. พวกเราตื่นมาอาบน้ำและทานอาหารเช้า จัดแจงเตรียมของไปเล่นน้ำที่เกาะห้อง ให้สมที่ผมพาแฟนกับรีฮันนี่มูนกันครับ

รถมารับตรงเวลาครับแต่เรือออกเลทไปครึ่งชั่วโมงเพราะวันนี้นักท่องเที่ยวเยอะมาก  เรานั่งเรือออกมาช่วงสายๆ แล้วไปยังจุดหมายแรก คือ เกาะเหลาลาดิง เพื่อลงเล่นน้ำ เป็นเวลา 45นาที

08.30 น. รถรับจากโรงแรมในเขตเมือง ตลาดเก่า รอบเมือง หาดอ่าวนางแลหาดนพรัตน์ธารา
08.45 น. รถรับจากโรงแรมที่อยู่ในเขตหาดคลองม่วง
09.00 น. ออกเดินทางโดยเรือหางยาว ปลอดภัยด้วยเสื้อชูชีพ มุ่งหน้าสู่หมู่เกาะห้อง ชมทะเลใน
( Lagoon ) อันสวยงามและเป็นที่มาของชื่อเกาะ ถ่ายภาพน้ำทะเลสีเขียวมรกต เล่นน้ำ ดำน้ำชมปะการังที่สวยงาม
เกาะผักเบี้ย เดินเล่นบนหาดทรายที่ขาวละเอียดและชมประติมากรรมหินที่มีรูปร่างแปลกตา
เกาะเหลาลาดิง ( เกาะพาราไดส์ ) เกาะที่ถูกซุกซ่อนไว้โดยธรรมชาติแต่แฝงไว้ด้วยความสวยงามของหาดทรายและเงียบสงบเป็นส่วนตัว
12.00 น.  เกาะห้อง ทานเที่ยงแบบปิกนิก หลังอาหารพักผ่อนเล่นน้ำ และชมธรรมชาติอันเป็นที่มาของป่าเกาะแห่งอันดามัน เกาะเล็กน้อยใหญ่มากมาย เล่นน้ำชมฝูงปลาอย่าใกล้ชิด เดินเล่นบนหาดทรายที่ขาวละเอียดและนุ่มดุจแป้ง เชิญทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยกับสายลมและเสียงคลื่น
16.00 น. เดินทางกลับถึงท่าเรือ ส่งที่พักโดยสวัสดิภาพ

ราคาทัวร์ เรือ สปีดโบ๊ท 1200 บาท ต่อคน  เรือหางยาว 750 บาท ต่อคน

ที่เกาะเหลาลาดิง มีลักษณะเป็นชายหาดสั้นๆ และมีจุดดำน้ำเล็กๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ พักผ่อน อาบแดด และ ดำน้ำดูปลากันครับ

เมื่อถึงเวลา 45 นาที ก็กลับขึ้นเรือเพื่อไปยังเกาะผักเบี้ย โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที ที่เกาะผักเบี้ย จะมีลักษณะคล้ายๆ ทะเลแหวกระยะสั้นๆ หากวันนั้นน้ำลงเยอะๆ ซึ่งวันที่ผมมานั้นน้ำลงไม่เยอะ เลยได้แต่เดินเล่นถ่ายภาพบนเกาะครับ เกาะผักเบี้ยเป็นเกาะเล็กๆ เดินแปบเดียวก็ทั่วแล้ว

เรือออกจากเกาะผักเบี้ยก็เกือบเที่ยงแล้ว มุ่งหน้าไปยังเกาะห้องจุดหมายหลักของวันนี้ครับ ที่เกาะห้องเป็นเกาะที่มีลักษณะ ภูเขาหิน โอบล้อมทะเลไว้ สามด้าน น้ำใสและปลาเยอะครับ ซึ่งบนเกาะ มีที่ตั้งของบ้านเจ้าหน้าที่อุทยานและมีร้านอาหารของอุทยาน สำหรับ ใครที่ไม่ได้มากับทัวร์ ก็สามารถสั่งอาหารทานได้เลยนะครับ  ทานอาหารเสร็จแล้วหลายคน ก็เลือกที่จะลงว่ายน้ำ ดำน้ำดูปลา บางคนก็นอนอาบแดด หรือ พายเรือแคนนูเล่น

เกาะห้อง ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี เกาะห้อง หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เกาะเหลาบิเละ เป็นเกาะที่มีทัศนียภาพสวยงามมาก ล้อมรอบด้วยน้ำทะเลสีคราม มีกัลปังหาและปะการังรอบเกาะ โดยมีจุดที่น่าสนใจได้แก่ อ่าวบิเละ เป็นอ่าวที่มีหาดทรายโค้งเป็นรูปนกบิน ทรายละเอียดขาวสะอาด น้ำทะเลใส มีฝูงปลาเล็กๆ แหวกว่ายให้เห็นอยู่ทั่วไป ห่างจากชายหาดลงไปในทะเลมีกัลปังหาและปะการังหลากชนิด ชายทะเลเหมาะแก่การเล่นน้ำ อ่าวห้อง เปรียบเสมือนสระน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ ผนังเป็นหน้าผาชันโดยรอบ ลักษณะคล้ายห้อง มีประตูทางเข้าเพียงทางเดียว กว้างประมาณ 10 เมตร สามารถนำเรือเข้าไปได้ พื้นเป็นทรายขาวสะอาดราบเรียบเสมอกัน น้ำตื้นและใสมาก เหมาะแก่การเล่นน้ำ และยังเป็นที่หลบคลื่นลมของชาวประมงเมื่อมีพายุพัดผ่าน

พวกเราเลือกที่ใช้สน๊อกเกิลเป็นตัวเชื่อมความหวาน พาแฟนดูปลากันก่อนครับ เพราะแดดกำลังดีทำให้น้ำใสมองเห็นปลาชัดเจนมากขึ้น แฟนผมว่ายน้ำไม่เป็นนะครับเลย ถือโอกาสสวีทซะเลยเกาะผมไปไหนไปด้วยตลอด  ถ้าไม่มีชูชีพเนี่ยผมน่าจะเหนื่อยสุดๆ

ดำได้สักพักแฟนผมก็เหนื่อย ขอขึ้นไปนั่งเล่นบนหาดรอ ผมเลยดำชมปลาอย่างเปล่าเปลวต่อ..ได้เพลินอุราไปเลย

หลังจากกลับขึ้นไปนั่งเล่นบนหาดสักพักก็ชวนกัน มาว่ายน้ำเล่นแบบไม่ใส่ชูชีพ ริมๆหาดเป็นการล้างทรายที่ติดตามตัว ก่อนจะกลับขึ้นเรือ ในเวลา 14.30 น.

แดดมันแรงมากต้องใส่แว่นกันแดดกันหน่อยนะครับ ไม่งั้นเดี๋ยวสายตาจะเสียเอานะครับ

ความยากของการสอนให้คนว่ายน้ำไม่เป็น ให้ดำน้ำได้ นี่ เรียกว่า อยากสุดๆ กว่าจะจมลงไปได้.. แต่มีความสุขนะครับ

ก่อนกลับเข้าฝั่งทางทัวร์พาไปแวะที่ ลากูน (lagoon) หรือทะเลในครับ  เมื่อธรรมชาติสรรค์สร้างกำแพงหินขนาดใหญ่ล้อมรอบสระน้ำกลางทะเล ก่อให้เกิดปรากฏการณ์สิ่งมหัศจรรย์อีกหนึ่งแห่งในทะเลกระบี่ ที่รอคอยการมาเยือนจากท่าน เข้าออกทางเดียว ถ้าน้ำลงก็จะมีหาดทรายให้นอนเล่นได้ แต่น้ำใส สีเขียว มรกต สวยงาม จับใจ จริงๆ

เมื่อกลับถึงฝั่งก็เข้าโรงแรม ในวันนี้ย้ายมานอนที่ Deevana Plaza Krabi Aonang ซึ่งอยู่ติดกันกับ โรงแรมเดิม วันนี้ได้ห้องแบบติดสระน้ำของโรงแรมเลยครับ แบบว่าเดินลงไปสระน้ำจากระเบียงห้องได้เลย

หลังจากล้างเนื้อล้างตัวแล้ว ก็แว๊ป.. ไปทำสปากันนิดนึง ที่ swan spa ของโรงแรม  โดยเลือกนวดอโรมาเพื่อผ่อนคลายความเครียด และเมื่อยล้า  ซึ่งเราสามารถเลือกกลิ่นน้ำมันที่ต้องการได้และมีหลากหลายให้เลือก

เสร็จจากทำสปาเราก็ขับรถออกไปยังจุดชมพระอาทิตย์ตกสวยๆ ที่ได้รับการแนะนำมาจาก พี่ที่รู้จักที่มาทำงานที่กระบี่ครับ ว่าให้ลอง ไปนั่งชมพระอาทิตย์ตกน้ำทะเล ที่ ร้าน แล เล กริล (Lae Le Grill) โดยที่พี่เขาโทรจองที่นั่งแบบฮันนีมูนสวีทให้กับเราครับ เลยได้ นั่งแบบพิเศษ มุมดี ไม่มีอะไรบัง เลยครับ

บรรยากาศดีจริงๆ ครับ  โต๊ะที่เรานั่งก็ทำมาจากไม้โกงกาง  ส่วนร้านก็ตกแต่งด้วยเรือหัวโทงและไม้ที่ทำมาจากซากเรือและไม้ ในพื้นที่ครับ

คนก็เยอะพอสมควรครับ หากอยากนั่งในจุดชมพระอาทิตย์ตกสวยๆ ต้องจองนะครับ เพราะทางร้านจัดไว้แค่ สี่โต๊ะ เพราะเกรงว่าถ้ามีหลายโต๊ะมันจะแออัดเกินไป

มากระบี่หลายครั้ง เคยแต่ชมพระอาทิตย์ตกจากหน้าหาด ไม่เคยขึ้นมาชมจากมุมสูงแบบนี้เลยครับ ดูแล้ว สวยไม่เบาเลย

สั่งเครื่องดื่มและของทานเล่นมาทานครับ เพราะจริงๆ วันนี้ตั้งใจทานมื้อเย็นที่ห้องอาหารของโรงแรม ครับ

เมนูที่สั่ง ก็คือ เมนูขึ้นชื่อของร้าน แล เล กริล นี่ครับ  ปูนิ่มคั่วพริกเกลือ กับ ยำแซลม่อน อร่อยมาก ทั้งสองอย่างเพราะเชฟของที่นี่ เคยไปแข่งรายการเชฟกะทะเหล็กมาแล้วนะครับ  นี่ถ้าไม่ติดว่าจองอาหารที่โรงแรมไว้แล้ว คงทานมื้อเย็นที่นี่แน่นอน

 

นั่งที่ร้าน แล เล กริล จนฟ้ามืด ก็กลับโรงแรม  ทางโรงแรมจัดมื้อค่ำ แสนพิเศษ กับแฟน ฉลอง รีฮันนีมูน ที่ โรงแรม ครับ

จัดเต็ม กับ สเต๊กสันนอก สปาเก็ตตี้ขี้เมา ส้มตำกุ้งย่าง และ ไก่สะเต๊ะ บวกกับ ท็อกเทล คนละแล้ว

กลับห้องนอน บนเตียงนุ่มๆ อีกคืน

วันที่ 3

วันนี้เราตื่นแต่เช้าเพื่อนั่งเรือไปยัง หาดไร่เลย์ ครับ โดยมีจุดหมายไปปีนผาที่ไร่เลย์กันครับ แฟนผมคงปีนไม่ได้ ส่วนผมเป็นพวก ชอบกิจกรรมเอ็กซ์ตรีมเหล่านี้อยู่แล้ว ก็เลยขอลองปีนดูหน่อย ครับ

การปีนผาที่นี่สำหรับมือใหม่จะมีอุปกรณ์เซฟตี้มากมายและมีครูฝึกคอยช่วยถือเชือกดึงไว้ไม่ให้ร่วงลงมาครับ  เราไม่ได้ปีนมือเปล่า ครับ ความปลอดภัยต้องมาก่อนสำหรับมือสมัครเล่น

ความสูง ประมาณ 30-40 เมตร ครับ ออกแรงกันพอสมควรแต่ก็ไม่ได้ยากเกินไปสำหรับมือใหม่ครับ

มีเวลาปีนผาไม่ถึงครึ่งวันก็ต้องรีบกลับมายังโรงแรมเพราะต้องนั่งเครื่องกลับเชียงใหม่ ตอนบ่ายสามโมงครับ ก่อนกลับก็แวะไปถ่ายภาพ เก๋ๆ ริม ถนนอ่าวนาง สักหน่อย เป็นอันจบทริป 3วัน 2 คืน ที่ผมและแฟนได้กลับมาเที่ยวกระบี่อีกครั้ง

เอาเป็นว่าการมาเที่ยวกระบี่ครั้งนี้ ไม่ได้มีอะไรใหม่ อันซีน หรือ แปลกแหวกแนวเลย เป็นการเที่ยวแบบโปรแกรมทัวร์ทั่วไป ที่ใครๆ ก็มาทำตามโปรแกรมทัวร์นี้ได้ครับ หากช่วงวันหยุดใกล้วาเลนไทน์นี้ใครคิดไม่ออกว่าจะพาแฟนไปเที่ยวใหน ลองมาเที่ยวกระบี่แบบผมก็ได้นะครับ ความสุขมันอยู่ที่เที่ยวกับใครมากกว่า สถานที่เป็นเพียงเครื่องปรุงรสให้มีความสุขมากๆ ยิ่งขึ้นนั่นเอง ผมก็ขอจบ ทริป กระบี่ รีฮันนีมูน ทะเลหวาน น้ำตาลจืดไว้ เท่านี้ครับ  หากมีโอกาส ก็จะพยายามพาแฟน ออกมาเที่ยวทริปแบบนี้อีกครับ  สวัสดี!

สุดท้ายขอลงภาพที่พักทั้งสองคืน ในทริปนี้ไว้ให้ดูเผื่อใครสนใจตามรอยมาพักที่นี่ครับ

Deevana Krabi Resort

Deevana Plaza Krabi Aonang

Deevana Plaza Krabi Aonang

 

 

You Recently Viewed ...

Nothing to Fear India นะจ๊ะนาย

Japan with (My)Love “เที่ยวญี่ปุ่นแบบญี่ปุ่น”

Yading The Lost Horizon , การเดินทางสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ “ย่าติง”

น่าน .. นาน..นาน..ได้ไหม….Whispered from Nan

20 จุด ปักหมุด ที่เที่ยวลำปาง

Tummeng Travel