Travel ล่าสุด ในประเทศ

ปั่นเชียงแสน เที่ยว วิถีชุมชนบ้านปางห้า

Rating Chart

5 average based on 1 ratings

  • Excellent
    1
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

เชียงราย  คือ จังหวัดบ้านเกิดของผม และเป็นจังหวัดที่ผมอาศัยอยู่ทุกวันนี้ อย่างน้อย ในหนึ่งปี ผมมักจะมี รีวิว สถานที่ท่องเที่ยวใหม่ของเชียงรายอย่างน้อย 1-2 รีวิว เสมอๆ แต่ปกติ คนมาเที่ยวเชียงราย มักจะคิดถึง ฤดูหนาว มาเที่ยวรับอากาศหนาว ดูทะเลหมอกกันใช่ใหม  แต่ผมจะบอกให้ ว่าจริงๆแล้ว เชียงรายหน้าฝน ก้น่าเที่ยวไม่น้อยนะครับ อย่างเช่นรีวิวนี้ ผมจะพาเที่ยว เชียงรายในหน้าฝน และ เป็นการเที่ยวเพื่อสุขภาพ นั่นคือ การปั่นจักรยานเที่ยว วิถีชุมชน บ้านปางหน้า อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

อ.เชียงแสน อยู่ทางทิศเหนือ ของ ตัวเมืองเชียงราย ใช้เส้นทาง พหลโยธิน วิ่งจาก อ.เมือง ตัดเข้าสู่ อ.แม่จัน ไปทาง อ.แม่สาย แต่ก่อนจะถึง ตัว อ.แม่สาย ให้เลี้ยวขวา ตามป้ายบอกทางไป อ.เชียงแสน ระยะทาง ประมาณ 80 กิโลเมตร

ระหว่างทาง จะเห็น สองข้างทางเป็นทุ่งนา สลับภูเขาเตี๊ยๆ ช่วงหน้าฝน จะเป็นสีเขียว ทั้งเขา ทั้งนา ดูแล้วสดชื่นมาก

จุดหมายของเรา อยู่ที่ บ้านปางห้า ซึ่ง ก่อนจะถึง จะมีวัดสวยๆ วัดหนึ่งชื่อวัด หิรัญญาวาส เป็นวัดเล็กๆ แต่สวยงาม

ทางเข้า จะมี ช้างสามเศียร ยืนเด่นเป็นสง่า คอยให้ผู้คน มาเดินลอดท้องช้าง

เข้าไปในวัด จะเห็น อุโบสถส์ สีน้ำตาล ทอง ตัดกับสีฟ้า ของท้องฟ้า วัดหิรัญญาวาส หรือชื่อเดิม วัดเหมืองแดงน้อย ตั้งอยู่ที่บ้านเหมืองแดงน้อย ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย (ปัจจุบัน)มีท่าน“พระครูหิรัญอาวาสวัตร” เป็นท่านเจ้าอาวาส

วัดหิรัญญาวาสนี้ เป็นวัดที่ สร้างจาก ไม้ไผ่สาน แม้แต่ องคืพระประธาน ก็สร้างจากไม้ไผ่สาน เช่นกัน พระสิงห์สานชนะมาร หรือที่นิยมเรียกสั้นๆว่า “พระสิงห์สาน” ท่านพระครูหิรัญฯได้แนวคิดในการสร้างมาจาก “พระเจ้าอินทร์สาน” ที่เป็นพระพุทธรูปสานด้วยไม้ไผ่ของชาวไทเขินในเมืองเชียงตุง รัฐฉาน ประเทศเมียนมาร์(พม่า)

พระสิงห์สานชนะมาร มีหน้าตักกว้าง 9.9 ศอก สูง 19 ศอก หนักกว่า 2 ตัน ปัจจุบันถือเป็นพระพุทธรูปสานด้วยไม้ไผ่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

พระสิงห์สานชนะมาร สร้างขึ้นตามแบบศิลปะสิงห์หนึ่งเชียงแสน ในปางชนะมารหรือปางมารวิชัย องค์พระมีโครงสร้างเป็นเหล็ก ส่วนพระวรกายและองค์ประกอบอื่นๆขององค์พระล้วนทำจากไม้ไผ่สาน ที่สร้างขึ้นอย่างประณีตสวยงาม โดยมีพระวรกายสีทอง จีวรเป็นสีแดงจากสีของชาด

หลังจากไหว้พระเสร็จแล้ว เราก็มุ่งหน้าไปยัง บ้านปางห้า โดยจุดหมายแรก ที่เราจะไป ก็คือ จินาลักษณ์ กระดาษสา

ที่นี่ เป็นสถานที่ ผลิตกระดาษสา และ กระดาษ ที่ทำจากวัสดุต่างๆจากธรรมชาติ

จินนาลักษณ์กระดาษสา ก่อตั้งโดยคุณจินนาลักษณ์ ชุ่มมงคล เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับงานกระดาษสา แบบวิธีดั้งเดิมทุกขั้นตอน โดยพยายามรักษาภูมิปัญญาในการทำกระดาษสาของบรรพบุรุษเอาไว้ไม่ให้สูญหาย และพัฒนารูปแบบกระดาษสาด้วยการเพิ่มลวดลายและสีสันให้มีความสวยงามร่วมสมัย นอกจากที่นี่ยังมีกิจกรรมเวิร์กช้อปลงมือทำกระดาษสาด้วยตัวเอง ซึ่งจะเป็นผลงานที่มีเพียง 1 ชิ้นในโลกเท่านั้น และหากใครกำลังมองหาผลิตภัณฑ์จากกระดาษสา ที่จินนาลักษณ์กระดาษสาก็มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกซื้อหลากหลายแบบ ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

ภายใน มีนิทัศการ พวก ประโยชน์ และ การประยุกตื กระดาษ ต่างๆ ให้เดิมชมด้วย

ไฮไลท์ ของการมาเที่ยวที่นี่ ก็คือ คุณสามารถ ผลิต กะดาษสา ที่มี ชิ้นเดียวในโลก ด้วยตัวคุณเองครับ  โดยจะมีพนักงาน คอย สอน และ แนะนำ ขั้นตอนต่างๆ ในการทำให้

อยากได้ ลวดลายแบบใหน ตามใจคิดได้เลย

เมื่อเสร็จแล้ว ก็เอาไปตาก รอกระดาษสาแห้ง ทางจินนาลักษณื ก็จะ จัดส่งไปให้ที่บ้าน เพียงคุณทิ้ง ที่อยู่ไว้ให้เท่านั้น

นอกจาก ผลิตกระดาษสา แล้ว ที่นี่ ยังเป็น โฮมสเตย์ อีกด้วย เพราะ บางที ก็ต้องรับ กลุ่ม ลูกค้าที่มาดูงานเป็น หมู่คณะ ซึ่งต้องแจ้งล่วงหน้ามาก่อน เพื่อนเตรียม อาหารต่างๆ ครับ

เป็นห้องแบบพัดลม ไม่มีเครื่องปรับอากาศ นะครับ

 

นอกจากผลิตกระดาษา แล้ว ยังผลิตพวกเครื่องสำอาง บำรุงผิวต่างๆ อีกด้วย

ติดต่อ:

e-mail : [email protected]
Phon:053-675-395
Mobile : 081-8839062

สถานที่ตั้ง:

235 ม.1 บ้านปางห้า ซอย11 (ข้างโรงเรียนบ้านปางห้า) ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย 57130

หากใคร ไม่อยากนอนพัดลม ก้สามารภ ไปนอนยัง โฮมสเตย์ บ้านอุ้ยคำ ได้ครับ เพราะ ที่นี่ เป็น โฮมสเตยื เต็ม รูปแบบ มีบ้านพักเป็นหลังใหญ่6-8 คน และ หลังเล็กๆ 2-4 คน ไว้คอยบริการ โดยส่วนใหญ่ ลูกค้าที่มาที่นี่ จะมาพักแบบจัดทริปเที่ยว วิถีชุมชน บ้านปางห้าไปด้วย ซึ่ง ทาง เจ้าของบ้านพัก ก็จะ ประสานงาน พาไปดู จุดต่างๆ ใช้ เวลา 1 วัน 1 คืน ครับ

ภายในห้องพัก บ้านหลังใหญ่ มีสองห้องขนาดใหญ่ ห้องแรก มีเตียงใหญ่ สองเตียง พร้อมห้องน้ำในตัว

ส่วนอีกห้อง จะเป็นเตียงสองชั้น

ที่เฮือนอุ้ยคำ จะมี ลานกิจกรรม บริการ ให้ เล่นรอบกองไฟ หรือ ทำกิจกรรมกลางแจ้งด้วย ส่วนอาหาร ก้จะเป็นฝีมือแม่ครัวชาวเหนือ มาทำอาหาร พื้นเมืองให้ลองชิม ครับ ซึ่ง แน่นอน ต้องแจ้งล่วงหน้าไว้ก่อนว่าจะกินอะไร ทางนี้ จะได้ เตรียม ของและ อุปกรณ์ไว้ และถ้ามาวันเสารื ที่นี่ จะทำก๊วยเตี๋ยวแบบฉบับดั้งเดิม ขายด้วย

เช้าวันที่ 2  วันนี้ ตื่นแต่เช้า จับจักรยานคู่ใจ ออกไปปั่น รับอากาศเย็นๆ ในช่วงหน้าฝน ชมความงาม ความเขียวขจีของ ธรรมชาติ

โดย จะมีเส้นทางหลักๆ อยู่สองเส้นทาง คือ เส้นทางรอบใหญ่ ซึ่งต้องปั่นระยะ ทาง ประมาณท 60-70 กิโลเมตร และ เส้นทางรอบเล็ก คือการปั่นไปชมฐาน วิถีชุมชนต่างๆ ของบ้านปางห้า ซึ่งมีทะ้งหมด 8ฐาน จะใช้ ระยะทาง ไม่เกิน 20 กิโลเมตร

เส้นรอบใหญ่ คือการปั่นจาก บ้านปางห้า ไปยังเขตเมืองเก่า อ.เชียงแสน ระยะทาง ประมาณ 30 กิโลเมตร ปั่นมาเรื่อยๆ ก้จะถึงเขตเมืองเก่า เชียงแสน สามารถลงแวะชม ประวัติศาสตร์ ของเมืองเชียงแสนได้ โดยจะมี วัดหรือ เจดีย์ สำคัญๆ อยู่หลายที่ เช่น  วัดป่าสัก อยู่ห่างจากอำเภอเชียงแสนไปทางทิศตะวันตกประมาณ 1 กิโลเมตร ในเขตตำบลเวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พระเจ้าแสนภู โปรดฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 1930 เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ 

ซึ่งพระพุทธโฆษาจารย์นำมาถวายและโปรดฯ ให้ปลูกต้นสักล้อมรอบวัด จำนวน 300 ต้น จึงได้ชื่อว่าวัดป่าสัก ทรงตั้งให้พุทธโฆษาจารย์ เป็นสังฆราช สถิต ณ พระอารามนี้ โบราณสถานที่สำคัญที่สุด คือ พระประธานทรงมณฑปยอดระฆัง ฐานกว้าง 8 เมตร สูง 12.5 เมตร ตกแต่งลวดลายปูนปั้นวิจิตรพิศดาร ฝีมือช่างชั้นครู เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุกระดูกตาตุ่มข้างขวาจากเมืองปาฏลีบุตร

วัดพระธาตุเจดีย์หลวง อำเภอเชียงแสน เป็นวัดที่เก่าแก่ของเมืองเชียงแสน สร้างโดยพระเจ้าแสนภู พระราชนัดดาของพ่อขุนเม็งรายมหาราช ปฐมกษัตริย์ของอาณาจักรล้านนาไท เมื่อ พ.ศ. 1887 (ประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ 19 ) หลังจากนั้นพระเจ้าแสนภูได้เสด็จไปครองเมืองเชียงใหม่แทนพระราชบิดา คือ พระเจ้าชัยสงครามซึ่งเสด็จมาประทับยังเมืองเชียงราย พร้อมทั้งนำอัฐของพระราชบิดา คือพ่อขุนเม็งรายมหาราชที่เสด็จสวรรคตที่เชียงใหม่กลับมายังเมืองเชียงรายด้วย

พระธาตุเจดีย์หลวงได้ชื่อมาจากพระเจดีย์องค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ในวัดซึ่งสูงถึง 88 เมตร มีฐานกว้าง 24 เมตร เป็นพระเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเชียงแสน ภายในวัดนอกจากพระเจดีย์หลวงแล้วยังมีพระวิหารซึ่งเก่าแก่มากพังทลายเกือบหมดแล้วและเจดีย์ธาตุแบบต่างๆ อีก 4 องค์ โบราณสถานแห่งนี้แม้ว่าจะปรักหักพังไปมากแล้วแต่ได้รับการบูรณะอย่างดีให้สมกับเป็นวัดที่สำคัญของเมืองหิรัญนครเงินยางภายในสมัยอาณาจักรล้านนาไทย

หากมีเวลาเยอะๆ ยังสามารถ เยี่ยมชมได้อีกหลาย วัด หลายที่เลยครับ

ออกจากเขตเมืองเก่า เชียงแสน ก็ ปั่นไปตามทางเลียบแม่น้ำโขง เพื่อไปยัง สามเหลี่ยมทองคำ ระหว่างทาง จะเป็นถนน 4 เลน ปั่นสบาย ไหล่ทางกว้าง

จากเขตเมืองเก่า ไปยัง สามเหลี่ยมทองคำ ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร

  เมื่อมาถึง สามเหลี่ยมทองคำ ก็ถือว่า มาถึง ครึ่งทางแล้ว แวะ พักเอาแรง ดื่มน้ำกันก่อนจะปั่นต่อไป เพื่อกลับไปยัง บ้านปางห้า

 

สามเหลี่ยมทองคำ คือ จุดที่ สามประเทศ มาบรรจบกันตรงนี้ โดยมีแม่น้ำโขง และแม่น้ำรวก กันไว้ คือ ไทย พม่า ลาว

 

ใกล้กัน ก้จะมีพระเจ้าล้านตื้อ ให้ไป กราบไว้ สัการะบูชาได้

ออกจาก สามเหลี่ยมทองคำ ก็ปั่นไปทาง หอฝิ่น หรือ พิพิธภัณฑ์ ฝิ่น

 

เส้นทาง ปั่นในช่วงนี้ จะเป้นการปั่น ขึ้น เนินลงเนินบ้างเล้กน้อย

หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ เป็นเสมือนประตูเปิดสู่โลกอันลึกลับของพืชชนิดนี้ จากความมืดมนน่าหวาดกลัว สู่ความแจ่มจรัสและรู้แจ้ง พื้นที่ 5,600 ตารางเมตรแสดงลำดับเรื่องราวของฝิ่น โดยเริ่มจาธรรมชาติวิทยาของฝิ่น การสืบประวัติการใช้ฝิ่นในยุคโบราณกลับไป 5,000 ปี ประวัติการแพร่กระจายของฝิ่นจากการค้าสมัยจักรวรรดินิยม เหตุการณ์พลิกประวัติศาสตร์ที่สร้างความอดสูแก่ผู้ชนะและผู้แพ้สงครามฝิ่นอันนำไปสู่การล่มสลายของราชวงค์แมนจู ความชาญฉลาดของประเทศสยามในการเผชิญกับมหาอำนาจตะวันตกและการควบคุมปัญหาฝิ่น

วันและเวลาดำเนินการ ** วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 8.30 – 16.00 น. ( เวลา 16.00 น. เป็นเวลาขายบัตรรอบสุดท้าย ) ** จำนวนผู้เข้าชมมากสุดไม่ควรเกิน 50 คน/ รอบ ระยะเวลาสำหรับการชมนิทรรศการโดยเฉลี่ย 1-2 ชั่วโมง

เผื่อใครสนใจ อยากเข้าไปชม หอฝิ่น ก็สามารถทำได้ครับ

เมื่อปั่นมาถึง บ้านปางห้า ก็มาสบทบ กับ นักปั่นสมัครเล่น ที่ รอมา ปั่นรอบเล็ก เยี่ยมชม ฐาน วิถีชาวบ้านครับ

เริ่มจาก ปั่นไปยังโรงบ่มใบยา แบบโบราณ ที่ปั่นจุบันนี้ ไม่ได้ใช้งานแล้ว เพราะ มีเครื่องอบใบยา ที่ทันสมัยกว่า ระบบเดิม  จึงกลายเป็นจุดถ่ายภาพ สวยๆ

จุดที่สอง เป้นสวนพันธ์ริศา ที่ปลูกมะเดื่อฝรั่ง

มะเดื่อฝรั่ง จัดอยู่ในสิบอันดับแรกของผลไม้สุขภาพ เป็นพืชที่อุดมด้วยวิตามิน และเกลือแร่ที่เป็นประโยชน์แก่ร่างกาย เช่น วิตามิน เอ วิตามินบี1 วิตามิน บี 2 วิตามินซี มีธาตุแคลเซียม โพแตสเซียม ฟอสฟอรัส และมีธาตุเหล็กสูงมาก ไม่มีไขมัน ไม่มีคอเลสเตอรอล และยังมี 2  สมบัติในการสร้างสมดุลระหว่างความเป็นกรด – เบส มีนํ้าตาลธรรมชาติมากถึง 83% ได้แก่ นํ้าตาลกลูโคส ฟรุกโตสและซูโครส ถึงร้อยละ 50 35 และ 10 ตามลำดับ มีเอนไซม์ชื่อ ฟิคติน (Fictin) ซึ่งสามารถย่อยเนื้อได้ดี มีเส้นใยสูง ช่วยในการกำจัดของเสียในร่างกายและการขับถ่ายดีขึ้น ป้องกันนิ่ว และที่สำคัญคือมีสารยับยั้งป้องกันการเกิดมะเร็ง ช่วยระงับการเจริญเติบโตของมะเร็งลำไส้ได้อีกด้วย ดังนั้นจึงเรียกมะเดื่อฝรั่งว่าเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพแท้จริงครับ

หน้าตา ของ มะเดื่อฝรั่ง เป็นเช่นนี้ สามารถ กัดกินสดๆได้เลย ข้างในคล้าย เจลลี่

ถ้าใครหิว ที่สวน มีร้าน น้ำเงี๊ยว และ กาแฟสด บริการอีกด้วย

จุดที่ 3 จินาลักษ์ แต่ วันที่ ปั่น เป็นวันอาทิตย์ ร้านเค้าปิดนะครับ ใคร จะมา ก็ดูตาราง ปกิทิน เอาไว้ด้วย

จุดที่ 4 เป็น ฐาน ตีมีด แบบไทลื้อ มีมีด หลากหลายแบบ หลายขนาด ขายที่นี่

ที่นี่ จะมีการสาธิตการทำมีดแบบต่าง ซึ่งก้สามารถ ซื้อกลับมาด้วยได้

จุดที่ 5 ปั่นไปดู วิธีการทำเทียน บุชาพระ ซึ่งของชุมชนบ้านปางห้า นี้ จะมียี่ห้อ ลิงคู่

ฐานที่ 6 ก็คือการปั่นไปเยี่ยมชม ไร่ฝรั่งกิมจู ทางไปสวนฝรั่ง ต้องปั่นผ่าน ใกล้ๆ จุดผ่อนปรน ชายแดน ไทย-พม่า ด้วยนะครับ อาจจะมี ทหาร ตำรวจ ตั้งด่านตรวจบัตร ก้อย่าได้ ตกใจไปครับ

เป็นสวนฝรั่ง ที่ ปลูกท่ามกลางไร่ข้าวโพดครับ

อันนี้พาเด็กๆ มาด้วย ชอบกันใหญ่

นอกจากเที่ยวชมเฉยๆ แล้ว ยังสามารถ ซื้อกลับไปกินที่บ้านได้ด้วย  แต่ถ้าไม่อยากซื้อ ก้ สามารถ ชิม ได้ เช่นกันครับ

เราใช้เวลา อยู่ที่นี่สักพัก ฝนก้เริ่ม ตกลงมาปรอยๆ เลย ตัดสินใจ กลับไป อาบน้ำ เปลี่ยน เสื้อผ้า งดปั่นไปชม อีก 2-3 ฐานที่เหลือ ครับ

เนื่องจาก บ้าน ปางห้า นั้น อยู่ห่างจาก อ.แม่สาย ไม่มากนัก มื้อเที่ยง วันนี้ เราเลย พาไปกิน ที่ ร้าน สิริ หรือ ร้าน SIRI เป็นร้าน โมเดิร์นสมัยใหม่ ที่ ขายอาหารเหนือด้วย

ภายในร้าน มี ทั้งแบบ ห้องแอร์ และ นั่งข้างนอกรอบๆ ตัวบ้านก้ได้เช่นกัน

จัดการสั่งมากิน ไม่กี่อย่าง ครับ  เมนุแรก สำหรับ เด็กๆ คือ ปีกไก่ทอดเกลือ นั้น ลูกผม ชอบมากกก

ต่อด้วยแกงส้มปลาช่อน

อันนี้เป้นอีกเมนุ ที่เป้นอาหารเหนือ ก้คือ ลาบคั่วเหนือ สูตรหมี่เครื่องใน

 

ส่วนจานนี้ คือ คั่วแค หรือ แกงแค ไม่ใส่น้ำ

เมื่อ มาครบทุกจานแล้ว ก็ ทานได้เลยครับ รสชาติอาหาร ถือว่า อร่อยๆ เลยครับใคร ผ่านมาเที่ยว แม่สาย ลองแวะ ทานได้ครับ

ร้านสิริอยู่ในซอยป่ายาง ถนนพหลโยธิน ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอแม่สาย เข้าซอยมาเพียง 500 เมตร ก็ถึงร้านแล้วอยู่ทางซ้ายมือ ลักษณะเป็นบ้านสีขาวอยู่ในสวนร่มรื่นใต้แมกไม้ใหญ่ร้านสิริเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 10 โมงครึ่งถึง 4 ทุ่ม โทร 089-6315990

ทานข้าวเสร้จ ช่วงบ่าย เราแวะ ไปเที่ยว วัดหมี่นพุทธเมตตาคุณาราม

       เป็นวัดในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน สังกัดคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ บ้านป่าไร่ ตำบลท่าข้าวเปลือก (ถนนสายกิ่วพร้าว-บ้านปงน้อย)อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
       เมื่อปี พ.ศ. 2532 ทางวัดนำโดยท่านเจ้าคุณเย็นเต็กได้จัดซื้อที่ดินบริเวณบ้านป่าไร่ ตำบลท่าข้าวเปลือก อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เพื่อก่อสร้างวัดจีนนิกายแห่งใหม่ขึ้นโดยตั้งชื่อว่า วัดหมื่นพุทธเมตตาคุณาราม โดยมีการวางศิลาฤกษ์ธรรมศาลาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่าในปี พ.ศ. 2536 และก่อสร้างศาลากตัญญูนุสรณ์โพธิ์แจ้งมหาเถระเมื่อปี พ.ศ. 2537 และได้น้อมศรัทธาสร้างวัดเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี โดยมุ่งการเผยแผ่พุทธศาสนาฝ่ายมหายานและส่งเสริมการศึกษาให้แก่ชาวไทยภูเขาในพื้นที่ภาคเหนือ

 

จากนั้น ก้ไปเที่ยวต่อ ที่   เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย (ทะเลสาบเชียงแสน)

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคายเดิมเป็นหนองน้ำขนาดเล็กซึ่งถูกล้อมรอบด้วยเนินเขาเตี้ยๆ โดยรอบเป็นแอ่งรองรับน้ำฝนตามธรรมชาติ ทางราชการได้ก่อสร้างเขื่อนน้ำล้น เพื่อกักเก็บน้ำ จึงทำให้หนองน้ำมีปริมาณมากขึ้น มีลักษณะเป็นทะเลสาบ ขนาดย่อมเรียกว่า “ทะเลสาบเชียงแสน”
และได้รับการประกาศ จากกระกรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดให้พื้นที่แห่งนี้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2528 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ที่มีความสำคัญระหว่างประเทศของอนุสัญญาว่าด้วย พื้นที่ชุมน้ำหรืออนุสัญญาแรมซาร์ อันดับที่ 1101 เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2544 ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 2,711 ไร่

ที่ตั้งและอาณาเขต
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคายตั้งอยู่ในเขตท้องที่ตำบลโยนก ตำบลป่าสัก อำเภอเชียงแสน และตำบลจันจว้า อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
ทิศเหนือ จรดบ้านดอยจำปี ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
ทิศใต้ จรดบ้านทุ่งฟ้าฮ่าม ต.โยนก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
ทิศตะวันออก จรดบ้านดอยจัน ต.โยนก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
ทิศตะวันตก จรดบ้านห้วยน้ำราก ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย

ตำนานทะเลสาบเชียงแสน
มีตำนานว่าเจ้าเมืองเชียงแสนได้เลี้ยงเป็ดและห่านไว้ในหนองน้ำใหญ่แห่งหนึ่ง แต่มีปลาไหลเผือกตัวหนึ่งออกมากินเป็ดและห่านทุกวัน จนเจ้าเมืองทนไม่ได้ จึงขอฝ้ายบ้านละ 1 ปี๊บเพื่อมาพันหลังเป็ดและห่านทุกตัวให้เป็นสายเบ็ด เมื่อปลาไหลออกมากินเป็ดอีกจึงติดเบ็ด ชาวบ้านจึงช่วยกันจับขึ้นมาที่บ้านแม่ฮะ แล้วใส่เกวียนมายังบ้านแม่ลัวเพื่อทำเป็นอาหารแจกจ่ายไปทั่วเมือง

วันนั้นเองลูกชายของพระอินทร์ได้มาเที่ยวบ้านแม่ม่ายคนหนึ่งและได้ถามว่าเมืองนี้มีกลิ่นอะไรหอมไปทั่ว แม่ม่ายจึงเล่าให้ฟัง ลูกชายพระอินทร์จึงถามแม่ม่ายว่าได้กินปลาไหลเผือกกับเขาด้วยไหม แม่ม่ายตอบว่าชาวเมืองไม่ได้แบ่งให้ ลูกชายพระอินทร์บอกว่าดีแล้วและสั่งว่าคืนนี้ถ้าได้ยินเสียงอะไรห้ามออกนอกเรือนเด็ดขาด

พอตกกลางคืนก็มีเสียงดังกึกก้อง แม่ม่ายนึกถึงคำเตือนที่ได้ยินมา จึงปิดประตูบ้านเงียบอยู่ พอตอนเช้าก็ไม่เห็นเมืองเสียแล้ว มีแต่น้ำเวิ้งว้างไปทั่ว กลายเป็นทะเลสาบใหญ่โต เหลือแต่บ้านที่แม่ม่ายอยู่ซึ่งเหมือนเป็นเกาะ จึงเรียกว่า “เกาะแม่ม่าย”

ที่ทะเลสาบเชียงแสน จะเป็นแหล่งที่อยู่ อาศัย ของ นก นานา ชนิด ที่ย้ายถิ่นฐาน ตาม ฤดุกาล เพื่อมา อาศัย อยู่ที่นี่ ซึ่งเป็นแหล่ง อุดมสมบรูณ์

ที่นี่ สามารถใช้เวลา อยู่ได้ถึงเย็นๆ ค่ำๆ เพราะ จะสามารถ ชมพระอาทิตย์ตก ที่สวยงามจุดหนึ่ง ของเชียงรายเลย นอกจากนั้น ยังสามารถ ชม วิถีชีวิต ของชาวบ้านแถว นี้ ที่ ออกมา จับปลา ในทะเลสาบแห่งนี้

เมื่อพระอาทิตย์ ลาลับไปแล้ว เราก้ขับรถกลับ เข้ามาพักในตัวเมืองเชียงราย โดยเราเลือกนอน ที่ โรงแรม มานอนนี่ เป็นโรงแรม เล็กๆ กระทัดลัด ราคาไม่แพง 800-1500 บาท (รวมอาหารเช้า) ที่ อยู่ใกล้ๆ ไร่สิงห์ เพราะ ว่า อีกวัน ช่วงช่วง สามารถพาเด็กๆ ไปเที่ยว ไร่สิงห์ หรือ สิงห์ปาร์ค แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต ของเชียงรายเวลานี้ได้อีกด้วย ครับ

โรงแรมนี้ตกแต่งสไตลื ล๊อบ อินดัสเตรียล ครับ เจ้าของ ดูแลเอง ออกแบบเอง มาพักด้วยความอบอุ่น  เหมือน มานอนบ้าน ญาติ

เมื่อหลับสบายแล้ว ก้ตื่นเช้าไปเที่ยวไร่สิงห์ ก่อนกลับบ้าน เนื่องจาก รร อยู่ใกล้ๆ  เลย สามารถตื่น มาถ่ายพระอาทินย์ยามเช้าได้

สายๆ ใคร ยังมีแรงไหว ก็สามารถไปปั่นจักรยาน ใน สิงหืปาร์คได้ มีเลนจักรยานให้ปั่น แถม วิวก็สวยงาม เรียกว่าเป้นสนามปั่นจักยานที่สวยที่สุดในประเทศ ก้ว่าได้

ถ้าเวลา เหลือ ก็สามารถนั่งรถราง ชมสวน และ ชมสัตว์ ในไร่ได้เช่นกันครับ

ก่อนบ้าน อย่าลืม แวะ วัดร่องเสือเต้น วัดสวย แห่งใหใ่ ของจังหวัดเชียงราย ลวดลาย วิติตรงดงาม ไม่แพ้ที่ใดๆ แน่นอน 

เป็นอันจบทริป เที่ยวเชียงรายหน้าฝน ปั่นเพื่อสุขภาพ ชม วิถีชีวิต ของคนเชียงราย ผมว่านะ เชียงราย นี่ เหมาะกับเป้นเมืองแห่งจักรยานจริงๆ ครับ

 

ท้ายนี้ ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงราย ที่สนับสนุน ทริปดีๆ แบบนี้ ครับ

ขอบคุณ We love Biking Chiang Rai ที่แนะนำ เส้นทางปั่นจักรยาน เจ๋งๆ ให้ได้เจอ ประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยครับ

สามารถติดตาม อัพเดตการท่องเที่ยวแบบรวดเร็วทันใจ ได้ ที่เพจ แบกเป้เท่ทั่วโลก  https://www.facebook.com/TummengTravel/ 

 

 

You Recently Viewed ...

Nothing to Fear India นะจ๊ะนาย

Japan with (My)Love “เที่ยวญี่ปุ่นแบบญี่ปุ่น”

Yading The Lost Horizon , การเดินทางสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ “ย่าติง”

น่าน .. นาน..นาน..ได้ไหม….Whispered from Nan

20 จุด ปักหมุด ที่เที่ยวลำปาง

Tummeng Travel