Travel ในประเทศ

เที่ยวนครศรีธรรมราช ตอนที่ 2 จากคีรีวง ถึง ตลาดคลองแดน

Rating Chart

3 average based on 1 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    1
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

จากตอนที่แล้ว ผมได้รีวิว เที่ยว นครศรี ตอนที่ 1 ไว้ ตามลิ้งค์นี้ http://tummengtravel.com/2017/07/05/nakornsri1/ 

หลังจากออกจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช ผมก็มุ่งหน้า ไปยัง อำเภอลานสกา เพื่อไปยัง หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ที่ได้ชื่อว่าเป็น หมู่บ้านที่ อากาศที่สุดในประเทศไทย  นั่นคือ หมู่บ้าน คีรีวง

หมู่บ้านคีรีวง ตั้งอยู่ที่ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นชุมชนเก่าแก่ที่อพยพไปอาศัยอยู่เชิงเขาหลวง ตำบลกำโลน อันเป็นเส้นทางเดินขึ้นสู่ยอดเขาหลวง ชาวบ้านมีวิถีชีวิตที่สงบสังคมแบบเครือญาติ อาชีพหลัก คือการทำสวนผลไม้ผสม เรียกว่า “สวนสมรม” เช่น มังคุด เงาะ ทุเรียน สะตอ ชุมชนคีรีวง ได้เป็นชุมชนต้นแบบในการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ( Thailand Tourism Awards) ประจำปี 2541 ประเภทเมืองและชุมชน เนื่องจาก เป็นชุมชนที่มี วิถีชีวิตแบบชาวสวนอยู่กับธรรมชาติ และได้พัฒนา การบริการนักท่องเที่ยวขึ้นมาเป็นธุรกิจใหม่ของชุมชน ประกอบด้วย การนำทาง เดินป่า ลูกหาบ การจัดที่พักแบบโฮมสเตย์ โดยการจัดตั้งชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นองค์กร กลางของชาวชุมชนจัดแบ่งหน้าที่ไปยังกลุ่มต่าง ๆ ให้เกิดการมีส่วนร่วมของ ชุมชนอย่างทั่วถึง การมาท่องเที่ยวที่หมู่บ้านคีรีวงนี้ ถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียว เพราะนอกจากจะได้มาท่องเที่ยว ในบริเวณที่มีธรรมชาติ สวยงามแล้ว ยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน พร้อมกับการกินอยู่แบบพื้นบ้านอีกด้วย

การเดินทางไปบ้านคีรีวงจากอำเภอเมือง ตามทางหลวงหมายเลข 4016 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4015 บริเวณ กิโลเมตรที่ 9 เลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านคีรีวง เข้าไป 9 กิโลเมตร หรือขึ้นรถสองแถวจากตลาดยาว ในอำเภอเมือง มีรถออก ตั้งแต่เวลา 07.00-16.00 น. ราคา 20 บาท เมื่อมาถึงหมู่บ้านหากต้องกรเที่ยวชมหมู่บ้านสามารถเช่าจักรยานปั่นได้ โดยจุด เช่าจักรยานที่เป็น ที่นิยมคือ ที่ร้านกาแฟบ้านนายทั้ง ตั้งอยู่ใกล้กับสะพานคีรีวง

จุดเด่นของหมู่บ้านคีรีวง ก็คือ ทัศนียภาพแห่งธรรมชาติ เพราะคีรีวงตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขา ป่าไม้และสายน้ำ กิจกรรมที่น่าสนใจ ในหมู่บ้านคีรีวง คือ การพักในที่พักแบบโฮมสเตย์ เพลินตาและเพลินอารมณ์กับทัศนียภาพแห่ง ธรรมชาติ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขา ป่าไม้ ปั่นจักรยานชมวิวสูดอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งสามารถหาเช่าจักรยานได้ตามร้านเช่าจักรยานในจุดต่างๆ รอบหมู่บ้าน

ดังนั้น การมาเที่ยว คีรีวง คือ การมาพักผ่อนหย่อนใจ มารีเฟรชตัวเอง มาชาร์จแบต เพราะ ที่ คีรีวง จะมี ธรรมชาติ ที่ สวยงามสดชื่น รออยู่มากมาย ทั้ง แม่น้ำ ภูเขา ป่าไม้ และ วีถีชีวิตของชาวบ้าน

ใครมามี่ คีรีวง ก็ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่เดินเล่นริมน้ำ หรือลงไปเล่นน้ำกับเด็กๆ ชาวบ้านแถวนั้น หรือแม้แต่ นั่งเฉย ชื่นชมธรรมชาติ อันสวยงามของ คีรีวง

หรือ หาเวลาไป สัมผัส กลับ วิถีชีวิต เรียนรู้ กิจกรรม ต่างๆ ของ ชุมชน ที่ คีรีวง ซึ่งมี หลายอย่าง แต่ที่ ง่ายๆ สามารถทำได้ โดยใช้เวลาไม่นาน คือ การทำผ้ามัดย้อม ย้อมสีผ้า โดยธรรมชาติ

หรือ เดินชมสวนผลไม้ สวนมังคุด สวนทุเรียน สวยเงาะ

แต่หาก มีเวลาเหลือเฟือ ก็ปั่นจักรยาน เล่นรอบหมู่บ้าน กับ สิงห์นักปั่น วัยกระเตาะของหมู่บ้าน คีรีวง

สำหรับที่พัก ที่ คีรีวง นั่นส่วนใหญ่ เป้นแบบ โฮมสเตย์ ที่พักหลักร้อย นอนแบบห้องพัดลม ไม่มีเครื่องปรับอากาศ เพราะ ที่นี่ อากาศดีอยู่แล้ว

ดังนั้นใครมา เที่ยว คีรีวง ควรนอนพักสักคืนแล้วตื่นมาสูดอากาศยามเช้า ชมหมอก และ ความสวยงามตามะรรมชาติของที่นี่ ก่อนจะไปเที่ยวที่อื่นต่อไป ใน นครศรีธรรมราช

ออกจาก คีรีวง เรามุ่งหน้าไป ยังอำเภอ ชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อ ไปยัง  ตลาดริมน้ำคลองแดน (Klongdaen Floating Market)  เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม (Cultural Attraction) แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (Conservation Tourism) โดยนำเอาทรัพยากรทางธรรมชาติ แสดงวัฒนธรรมริมคลองทุกวันเสาร์ และนำวัฒนธรรมที่มีอยู่ มาพัฒนาบริหารจัดการเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโดยคนในพื้นที่คลองแดน ได้มีส่วนร่วม อาศัยธรรมชาติเป็นฐานไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ วิถีทางธรรมชาติและวัฒนธรรม เน้นธรรมชาติและองค์ประกอบของธรรมชาติเป็นสิ่งดึงดูดใจ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส เรียนรู้ รวมถึงเข้าใจธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของคนในคลองแดน นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้คนในท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาชุมชนไปพร้อมๆ กัน และได้รับผลตอบแทนในเชิงเศรษฐกิจ เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของท้องถิ่น

ชุมชนตลาดน้ำคลองแดน มีสโลแกนที่ว่า “สามคลอง สองเมือง” มีที่มาว่ามีลำคลองธรรมชาติ 3 ลำคลองที่มาบรรจบกัน คือ ลำคลองสายแรกไหลสู่ อ.หัวไทร และ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ลงไปทางใต้ เป็นลำคลองไหลสู่ อ.ระโนด จ.สงขลา จนไหลสู่ทะเลสาบสงขลา ส่วนลำคลองทางทิศตะวันตกไหลสู่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช

ที่ตลาด จะมี ชาวบ้าน เอาสินค้า มาวางขาย ทั้งสินค้าของท้องถิ่น และ สินค้าทั่วไป รวมถึง อาหาร และ ขนม ต่างๆ อีกมากมาย

ตลาดน้ำคลองแดน ยังได้ชื่อว่าเป็นชุมชนวิถีพุทธคลองแดน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีภูมิทัศน์สวยงาม โดยมีคลองสามสายมาบรรจบกัน เป็นจุดแบ่งเขตแดนระหว่างจังหวัดสงขลากับจังหวัดนครศรีธรรมราช นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้สัมผัสและเรียนรู้วิถีชีวิตการเป็นพุทธมามกะ และเข้าใจธรรมชาติ ด้วยการสนทนาธรรมและทำบุญกับภิกษุสงฆ์ นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมแบบภาคใต้และเรียนรู้วิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น

วัดคลองแดน ปัจจุบันตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลรามแก้ว อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นวัดเก่าแก่ตามประวัติจดทะเบียนเมื่อปี พ.ศ. 2446 แต่มีหลักฐานในหนังสือบุดโบราณในวัดว่า สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2430 ตั้งอยู่ริมคลองแดน ระหว่างหมู่ที่ 1 ตำบลรามแก้ว อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช กับบ้านคลองแดน หมู่ที่ 3 ตำบลคลองแดน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ร่องรอยของชุมชานดั้งเดิม ในวัดคลองแดนยังเหลืออยู่มาก แม้จะชำรุดทรุดโทรมมากแล้ว เช่น สะพานไม้ข้ามคลอง ที่มีหลังคาซึ่งเชื่อมสองฝั่งที่ยาวสะดุดตา หอฉันริมน้ำหลังคาปั้นหยาพร้อมมุขหน้า

เรือขุด เป็นเรือที่ขุดจากไม้ตะเคียนทองทั้งต้น โดยตัวเรือมีความยาว 15.30 เมตร ความกว้าง 2.06 เมตร สามารถบรรทุกคนได้ประมาณ 40-50 คน สมัยก่อนใช้ในการขนทรายเข้าวัด ย้ายบ้านทั้งหลัง และใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน ปัจจุบันได้รับการบูรณะใหญ่ในปี พ.ศ. 2551 ทำให้มีความสมบูรณ์สวยงามยิ่งขึ้น

องค์พระทอง เป็นที่เลื่อมใสของชาวคลองแดน เดิมองค์พระถูกเคลือบพลางด้วยสีดำทาปากแดง ประดิษฐานในกุฏิเก่ามาช้านาน ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2545 มีการปรับรื้อกุฏิ พบว่าองค์พระมีน้ำหนักมากต้องช่วยกันยกหลายคนจึงจะเคลื่อนย้ายได้ และเมื่อช่วยกันขัดทำความสะอาดก็ปรากฏเป็นองค์พระเนื้อทองงดงามมาก จึงเป็นที่มาของการจัดสร้างกุฏิใหม่ให้เหมาะสมกับการประดิษฐานองค์พระทอง และเปิดให้ประชาชนได้สักการะสืบมา

ช่วงเย็น ถ้ายังมีเวลา สามารถนั่งเรือแจว ชมตลาด และ บรรยากาศยามค่ำของ ตลาดคลองแดน และมีการแสดง มโนราห์ ให้ชมอีกด้วย

โนรา หรือ มโนห์รา (เขียนเป็น มโนรา หรือ มโนราห์ ก็ได้เป็นการละเล่นพื้นเมืองที่สืบ ทอดกันมานานและนิยมกันอย่างแพร่หลายใน ภาคใต้ เป็นการละเล่นที่มีทั้งการร้อง การรำ บางส่วนเล่นเป็นเรื่อง และบางโอกาสมีบางส่วน แสดงตามคติความเชื่อที่เป็นพิธีกรรม

     โนรา เป็นศิลปะพื้นเมืองภาคใต้เรียกว่า โนรา แต่ คำว่า มโนราห์ หรือ มโนห์รา นั้น เป็นคำที่เกิด ขึ้นมาเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยการนำเอา เรื่อง พระสุธนมโนราห์ มาแสดงเป็นละครชาตรี จึงมีคำเรียกว่า มโนราห์ ส่วนกำเนิดของโนรานั้น สันนิษฐานกันว่าได้รับอิทธิพลจากการ ร่ายรำของอินเดียโบราณก่อนสมัยศรีวิชัย ที่มา จากพ่อค้าชาวอินเดีย สังเกตได้จากเครื่องดนตรีที่ เรียกว่า เบ็ญจสังคีตซึ่งประกอบโหม่งฉิ่ง ทับ กลอง ปี่ ใน ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีโนรา และท่ารำของโนรา อีกหลายท่าที่ละม้ายคล้ายคลึงกับการร่ายรำของ ทางอินเดีย และเริ่มมีโนราเป็นกิจลักษณะขึ้นเมื่อ ประมาณปี พุทธศักราชที่ ๑๘๒๐ ซึ่งตรงกับสมัยสุโขทัยตอนต้นเชื่อกันว่าโนราเกิดขึ้นครั้งแรกที่ หัวเมืองพัทลุง ปัจจุบันคือ ตำบล บางแก้ว จังหวัด พัทลุง แล้ว แพร่ขยายไปยังหัวเมืองอื่นๆของภาคใต้

 เอกลักษณ์ของชาวใต้ที่น่าภาคภูมิใจอย่างหนึ่งนั้นคือ มโนราห์ หรือโนราห์   ซึ่งเป็นศิลปะการร้องและการรำชั้นสูง ทั้งนี้มีคนกล่าวกันว่าต้นกำเนิดนั้น คือที่อินเดียกว่า สี่ร้อยที่ผ่านมา โดยวัตถุประสงค์ก็เพื่อบูชามหาเทพทั้งสามนั้นก็คือ พระอิศวร พระพรหม และพระนารายณ์ ซึ่งในบทร้องของมโนราห์ปัจจุบันก็ยังคงมีเนื้อหาดังกล่าวเจือปนอยู่ แม้จะมีการดัดแปลงแก้ไขใส่เนื้อหาทางด้านพุทธศาสนาและความเชื่อดั้งเดิมคือการนับถือบรรพบุรุษ เติมไปบ้างตามอิทธิพลของศาสนาที่มีต่อท้องถิ่น

หลังจาก เที่ยวนครศรีธรรมราช มาแล้วทั้งสองตอน ทำให้ ได้รับรู้ว่า จังหวัดนครศรีธรรมราช นั้น มีของดีซ่อนอยู่มากมาย ทั้ง ธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต อาหาร และ ศิลปะหัตถกรรม ใครสนใจ มาเที่ยวนครศรีธรรมราช สามารถ สอบถามข้อมูลได้ที่

https://www.facebook.com/NakhonsiAwesomeplus

http://www.nakhonsiawesome.com/2015.2/

สำหรับการรีวิิวครั้งนี้ ก็ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ

สามารถติดตามข้อมูล อัพเดตการเดินทางท่องเที่ยว ทั่วโลกได้ที่ เพจ แบกเป้เท่ทั่วโลก

www.facebook.com/tummengtravel 

 

 

 

You Recently Viewed ...

Nothing to Fear India นะจ๊ะนาย

Japan with (My)Love “เที่ยวญี่ปุ่นแบบญี่ปุ่น”

Yading The Lost Horizon , การเดินทางสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ “ย่าติง”

น่าน .. นาน..นาน..ได้ไหม….Whispered from Nan

20 จุด ปักหมุด ที่เที่ยวลำปาง

Tummeng Travel