Travel ต่างประเทศ ล่าสุด

แบกเป้เที่ยวรัสเซีย แบบมนุษย์เมียก็เที่ยวได้ ตอนที่ 1 Moscow

Rating Chart

3.8 average based on 4 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    3
  • Average
    1
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

ทำไมผมต้องขึ้นหัวข้อแบบนี้ ? ก็เพราะว่า รีวิวรัสเซีย ชุดนี้ผมตั้งใจทำมาเพื่อให้ คนที่อยากไปเที่ยวรัสเซียแล้วไม่กล้าไป หรือ คนที่จะไปรัสเซียครั้งแรกที่กำลังกลัวๆ อยู่ๆ รับรู้ว่ารัสเซียนั้นเที่ยวง่าย เที่ยวถูก ขนาดไหน หลายคนคงเคยเจอประสบการณ์แบบผมนะครับ คือ แฟน หรือ เมียเราเนี่ย เมื่อก่อนตอนยังเป็นโสด หรือ ไม่แต่งงานนี่ จะเก่งมาก สามารถทำได้ทุกอย่าง แต่พอแปลงร่างเป็นมนุษย์เมีย เท่านั้นแหละ ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง แม้แต่จะเปลี่ยนช่องทีวี ยังต้องใช้ให้เรา กดรีโมตเปลี่ยนช่องให้

ดังนั้นรีวิวนี้ ผมจัดทำขึ้น ถ้ามนุษย์เมียอ่านแล้วไปเที่ยวรัสเซียได้ ทุกท่านก็คงไปเที่ยวได้เช่นกันครับ  อีกอย่างนึงก็คือ นี่คือการไปรัสเซียครั้งแรกของผมเช่นกัน ไปเอง เจ็บเอง หลงเอง มั่ว งง หลงทิศ ผิดแผน  จนเอามาเขียนให้ท่านๆอ่านจะได้ไม่เป็นแบบผมกันไงครับ 55

แน่นอน การมาเที่ยวรัสเซียครั้งแรก ในชีวิต จะให้ไปโลดโผน เที่ยว คัมชัตก้า ทะเลสาบไบคาล หรือ ดูแสงเหนือที่เมืองเมอมังค์ ก็คงไม่เป็นผลดี ต่อ บล็อกเกอร์จนๆ  แถมลูกสองคนแบบผม เท่าไหร่นัก เลย ขอ ไปเที่ยว แค่ เมืองหลักๆ 2 เมืองดูก่อน คือ มอสโก กับ เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก เมืองยอกฮิตเป็นการลองเชิงดูก่อน ครั้งหน้า ค่อยออกไปพจญภัยในโลกกว้าง อีกที

คงไม่ต้อง เอ่ยเล่าความเป็นมา ของประเทศนี้แล้วกันนะครับ แต่ผม ขอ สรุป 8 เหตุผล ที่ควร มาเที่ยวรัสเซียให้ฟังดีกว่า

  1. เที่ยวรัสเซีย ไม่ต้องขอวิซ่า เพราะไทย – รัสเซีย มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาตั้งแต่สมัย ร.5
  2. ค่าครองชีพ รัสเซีย ไม่แพงมาก พอๆกับ กรุงเทพบ้านเรา หรืออาจจะแพงกว่านิดหน่อย
  3. ใหญ่ที่เจริญแล้วของรัสเซีย เที่ยวง่าย รถไฟฟ้า เข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ เกือบทุกที่
  4. เป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม มีตั้งแต่จีน ไปแขก ไปจนถึงฝรั่ง
  5. สถาปัตยกรรมต่างๆ สวยงามวิจิตรตระการตามากๆ
  6. จริงๆแล้วเป็นประเทศที่ปลอดภัยในระดับนึง ถ้าไม่นับพวกฉกชิงวิ่งราว ปลดทรัพย์ ตามสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งมันก็มีกันทุกประเทศ
  7. คนรัสเซีย หน้าดุ แต่จริงๆ ใจดี ให้การช่วยเหลือตลอด ถึงแม้ จะพูดอังกฤษไม่ค่อยได้ สายๆ สวย หุ่นดี ผู้ชายก็แมนมากกก สาวๆรัสเซีย จะถือดอกไม้กันเยอะเพราะ หนุ่มๆชอบซื้อดอกไม้ให้
  8. มีสายการบิน ที่บินตรง จาก กทม – มอสโก หลายสาย แต่ถ้าจะให้นั่งสบายๆ 8 ชั่วโมง และ คุยกับแอร์รู้เรื่อง ก็บินการ การบินไทยรักคุณเท่าฟ้า มีบินตรงจาก สุวรรณภูมิ ไป มอสโก ทุกวัน วันละ 1 เที่ยว แถม เวลาดี ซะด้วย ขาไป บินสายๆ ถึงมอสโกบ่าย ส่วน ขากลับ บินออกจาก มอสโกเย็น ถึง กทม เช้า สามารถเข้าไปเช็คราคาตั๋วได้ที่ www.thaiairways.com “บินสาบาย จองง่าย จ่ายสะดวก”

 

ก่อนไปรัสเซีย เราควรเตรียมตัวอะไรบ้าง

  1. จองตั๋วเครื่อง ถ้าอยากบินตรง ก็ไปกับ การบินไทย รักคุณเท่าฟ้า “บินสาบาย จองง่าย จ่ายสะดวก” คลิก www.thaiairways.com

2. จองที่พัก คือที่พักในรัสเซีย นี่ ถ้าโรงแรมดีๆมันจะราคาไม่เป็นมิตรกับชาวแบ็กแพ็คเกอร์เท่าไหร่นัก และปัญหาสำคัญคือ ที่พักบางที่มันไม่มีภาษาอังกฤษให้อ่าน ไอ่ครั้นจะให้ไปเดินหาเอาคงไม่เข้าที ผมเลยจัดการ จองก่อนเดินทาง ก่อนไป จาก ทราเวลโลกก้า เว็ปจองที่พักที่ สามารถจองได้ในราคาที่คุณเห็นหน้าจอเท่าไหร่จ่ายเท่านั้น https://www.traveloka.com/th-th/hotel  หรือใน App มือถือ ซึ่งบอกเลยว่าจองผ่านแอป ราคาจะถูกกว่าหน้าเว็ปนิดนึง

3. จองรถไฟระหว่างเมือง คือถ้าคุณจะเดินทางไปมากกว่า 1 เมืองคุณต้องจองรถไฟไว้ก่อนนะ เพราะไม่งั้นมันจะเต็ม และ แน่นอนมันเป็นภาษารัสเซียจะเดินดุ่มๆไปหาเอาดาบหน้าคงไม่ดีอีกเช่นกัน แล้วการจองรถไฟในรัสเซียนั้นยากมั้ย ตอบเลยไม่ยาก เพราะผมยังจองได้เลย เพียงแค่ คุณเข้าไปทำตาม รีวิวนี้ ก้สามารถจองได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องกลัว มีภาษาอังกฤษให้จอง 55 https://pantip.com/topic/36106146  ซึ่งจองเสร็จแล้ว ก็จะได้ ตั๋ว e-ticket แบบนี้มา ใน อีเมลล์ ขึ้นรถไฟได้เลย หรือ สามารถ นำไปขึ้นตั๋วที่สถานี เพื่อความชัวร์

4. โหลด app ต่างๆ มาใช้ในมือถือ เช่น yandex map หรือ moscow metro เป็นต้น และ โหลดแอพ Google map ไว้ด้วย ใช้ ประกอบกัน

 

5. ศึกษาข้อมูล ที่เที่ยวรัสเซีย จากหนังสือ หรือ อินเตอร์ก่อนไป อย่าทำแบบผม เพราะ จะได้ ไม่เสียเวลา มั่ว งง หลง ทิศ ผิดแผน แบบผมครับ แนะนำว่า ลองเข้าไปดุที่เพจ เที่ยวรัสเซีย ครับ ข้อมูล แน่นมากๆ แถม ถามตอบ ระหว่างที่เรา อยู่ที่รัสเซียได้อีกด้วย https://www.facebook.com/pagetiewrussia

มาเริ่มกันเลย ผมเดินทางด้วยสายการบินไทย ไฟล์ท TG974 (ขากลับ TG975) เช็คอินแต่เช้าที่ สุวรรณภูมิ 8.00 น. เพราะ เครื่องออก 10.25 น. ทริปนี้ แบกเป้ ไปกับรุ่นน้องสองคนครับ ไปรัสเซียครั้งทั้งคู่ และ มีเวลาเตรียมในทริปนี้ เอาจริงๆ แต่ สามวันก่อนบินเท่านั้น  ในการเริ่มจอง ที่พัก รถไฟ และหาข้อมูลที่เที่ยวต่างๆ

ช่วงนี้เป็นหน้าร้อน ที่รัสเซีย อุณภูมิ  15-25 องศาเซียลเซียส ใส่เสื้อสบายๆ ยืด- ยีนส์ กับ แจ๊กเก็ตกันลมสักตัวก็พอครับ

สำหรับคนที่ต้องการความมั่นใจ ว่า ลงเครื่องปุ๊บ ใช้อินเตอร์เน็ตได้ปั๊บ ก็หาเช่า Pocket wifi ไปด้วย จากสนามบินเมืองไทยนะครับ ครั้งนี้ ผมเลือกที่จะใช้ ของ Samurai wifi หรือ Global wifi ครับ ส่วนรุ่นน้องผม จะไปซื้อซิมของรัสเซียใช้ครับ ราคา ประมาณ 300-400 บาท แต่ต้องเลือกดีๆ และแน่ใจว่าคุยกับเจ้าของร้านรู้เรื่องนะครับ เพราะคนรัสเซียไม่ค่อยพูดอังกฤษกันเท่าไหร่

ข้อดีของการเช่า pocket WiFi คือเขาจะแถมปลั๊กเสียบ แบบ ยุนิเวอร์แซล มาให้นะครับ ครั้งนี้ ผม ลืมหยิบของตัวเองมา ก็ได้ใช้อันนี้แทนตลอดทริป พร้อมกับปลั๊กพ่วงสามตาปกติ

เช็คอินเสร็จแล้วก็ก็เดินสวยๆ หล่อๆไปนั่งรอ ที่เกท ได้เลยครับ อ้อ..อย่าลืมเผื่อเวลา ตอนตรวจคนเข้า- ออกเมืองด้วยนะครับ

ไปรัสเซียรอบนี้ การบินไทยใช้ เครื่อง Boeing 777-200ER ครับ  มาจอดรอเรารับ จริงๆแอบลุ้นว่าจะเป็น แอร์บัส A380 นะนี่ 555

เมื่อถึงเวลาขึ้นเครื่อง ก็ อย่าลืมศึกษาคู่มือความปลอดภัยไว้บ้างนะครับ หลังจากนั้น ก็นั่งยาวๆ ไป 8 ชั่วโมง ถ้าบินแบบ ฟูลเซอรืวิส กับการบินไทย ก็สบายหน่อย ที่นั่งกว้าง นั่งสบาย มีหนัง มีเพลง มีเกมส์ให้เล่นแก้เบื่อครับ

บินยาว 8 ชั่วโมงแบบนี้ การบินไทย เสิร์ฟ อาหารสองรอบนะครับ ถือเป็น มื้อเที่ยง กับมื้อเย็นได้เลยครับ อาหาร ก้มีให้เลือก รสชาติแบบไทยๆ ก็มี แกงกะหรี่ ผัดกระเพรา และ มีแบบอาหารฝรั่ง ให้เลือก ผมเลือก แบบไทยๆ ทั้งสองมื้อ เพราะ คิดว่า ยังไงซะ อยู่รัสเซีย 7 วัน คงกินอาหารฝรั่งจนเบื่อแน่ๆ  ส่วนเครื่องดื่ม ก็สามารถ รีเควสได้ตลอด ตามมาตรฐาน ฟลูเซอร์วิสครับ ยิ่งลุกเรือเห็นเราเป็นคนไทย ยิ่งบริการดีเป็นพิเศษ ถ้าเราไม่ไปงอแงงี่เง่าใส่เค้านะครับ เพราะ ทั้งลำ แทบจะ 95% เป็นต่างชาติ  กินเสร็จหลับเอาแรง ตื่นมากินอีก ก่อนเครื่องจอด

ในที่สุด ก็มาถึง สนามบิน Domodedovo (อ่านว่า ดามาเดียตดาวา ซึ่งผมก็หลงอ่านว่า โดโมเดโดว่า อยู่ตั้งนาน มิน่าตอนไปถามคนรัสเซียมันทำหน้างงๆ) ซึ่งจริงๆ มอสโก สนามบินจะมีหลายแห่ง แต่หลักๆ 3 แห่ง 1. Domodedovo (อ่านว่า ดามาเดียตดาวา) 2 Sheremetyevo (อ่านว่าเชเรเมียทเทวา) และ 3. (Vnukovo อ่านว่า วานูคาวา) ส่วนที่เซ็นต์ฯ Pulkovo (อ่านว่าพูลคาวา)

ทุกสนามบินมีรถไฟเข้าเมืองหมด สามารถซื้อตั๋ว Aeroexpress ได้ที่สนามบิน การซื้อ ก็ไม่อยาก มองหาป้าย สีแดงๆ ที่มีสัญลักษณ์ ตามรูปครับ

เดินเข้ามา เจอตู้ซื้อตั๋วอัตโนมัติ กดเลือกเป็นภาษาอังกฤษ แล้วทำตามขั้นตอนได้เลย ราคา 500 RUB ต่อคน เลือก 1 ใบ เสียบเงิน แล้วตั๋วก็ปรินท์ออกมา  เอาบาร์โค๊ด ที่ตั๋วไปแตะที่เครื่อง ก็เดินเข้าไป ชานชลา ได้แล้ว

ส่วนขากลับ ไม่ต้องงง ว่าทำไม ขึ้นรถไฟได้โดยไม่ต้องซื้อตั๋วเพราะ สามารถ มาซื้อปลายทาง ก่อนออกจากสถานีได้ครับ

Aeroexpress .ใช้เวลาวิ่งเข้ามาในเมือง 45 นาที เราก็จะมายืนอยู่ ที่ สถานีรถไฟใต้ดิน หรือคำว่า Metro ของที่นี่ ก็หยิบมือถือ ขึ้นมาเปิด แอพ ที่เราโหลดไว้ ว่าที่พักของเรา อยู่ไหน เดินทางไปยังไง เปิดคู่กันกับ google map ครับ มันจะบอกว่าเรา จะต้องขึ้นรถไฟสายไหน ไปลง สถานีไหน

ที่เมโทร ก็เช่นกันครับ เราสามารถซื้อตั๋วได้ที่ตู้อัตโนมัติ โดยตั๋ว สามารถซื้อแบบ 1 เที่ยว 2 เที่ยว 10 เที่ยว แล้วแต่เรา ในราคา เที่ยว 55 RUB  ครับ ที่ตู้ มี ให้เปลี่ยนเป็น ภาษาอังกฤษ เช่นเดิม ไม่ยาก เลือก 1 เที่ยว หยอดเงิน ตั๋วหล่น รอเงินทอน

ก็จะได้ ตั๋วเป็นบัตรแข็ง สีแดงๆ แบบนี้มา ถ้าเป็นแบบ 1 เที่ยว ก็แตะที่เครื่อง แล้ว ก็ทิ้งได้เลย ตอนออกไม่ต้องใช้ ถ้าเป็นแบบ หลายเที่ยว ก็ เก็บไว้ใช้ครั้งต่อไป

รถไฟใต้ดินรัสเซีย ไม่ได้ น่ากลัวอย่างที่คิด เข้าไปข้างใน ก็จะมี ป่ายบอกสถานี ที่กำลังจะไป และสีของสายรถไฟที่เรากำลังจะไปตามพื้นสถานี เดินตามลูกศรไปเรื่อยๆ  แต่ส่วนใหญ่ เป็นภาษารัสเซีย ก็ไม่ต้องกลัว หยิบ โทรศัพท์ ใช้แอพ yadex เปิด ภาษารัสเซีย เทียบ กับภาษาอังกฤษ ก็จะรู้ว่า เราขึ้นถูกรึป่าว

ขึ้นจากเมโทร ก็มาโผล่ที่ สถานี Tverskaya  แนะนำว่าให้หาที่พักย่าน Arbatskaya, Smolenskaya,Red Square, Izmailovskaya park, Tverskaya, และอื่นๆ ในเขตวงแหวน (สามารถดูได้จากแผนที่รถไฟใต้ดิน จะมีสายรถไฟวงกลมสีน้ำตาล) เพราะ อยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยว

ก็แบกเป้ เดินหาที่พักกันไปครับ ที่พัก ที่ รัสเซีย อาจจะหายากนิดนึง ถ้าคุณจอง โรงแรม ขนาดเล็กหรือ โฮสเทล เพราะ มันจะปักหมุดไม่ค่อยตรง หรือบางที โฮสเทล ไปอยู่บนตึกชั้น 4 ที่เราไม่รู้ว่าด้านล่างคือ ร้าน แมคโดนัล แบบนี้ก็มีนะครับ  ให้ใช้วิธี สังเกต เลขที่ ครับ มันจะเขียน ว่า bloc 1 -2 -3-4 -5 …. พอใกล้ๆถึง ก็ดูเลขที่ตามตึกครับ  ว่า บล็อกไหน เลขที่เท่าไหร่

ที่พัก ที่มอสโก สองคืนแรก ชื่อ Friend House hostel  ซึ่งจองมาจาก Traveloka ราคา 1000+ ต่อคืนครับ

ลักษณะ เป็นบ้านพัก กึ่งหอพัก แล้วมาทำเป็นโฮสเทล  มีส่วนกลาง ห้องนั่งเล่น ห้องอาหาร โต๊ะทานข้าว มีโซฟา ไว้ให้นั่งดูทีวี และ เล่นเกมส์ x-box กับเจ้าของ

อาหารเช้าที่รวมนั้น คือ ชา กาแฟ ขนมปัง ไข่ ไส้กรอก ในตู้เย็น หยิบออกมาทำกินได้เลย

ห้องพักจะอยู่ด้านล่าง คล้ายๆชั้นใต้ดิน เหมือนเขาขุดดินลงไป อีกครึ่งชั้น เพื่อสร้างห้อง อาจจะทำเพื่อให้ อบอุ่น ยามอากาศหนาวก็ได้ครับ  โดยจะปล่องระบายอากาศ คล้ายๆหน้าต่าง โผล่พ้นดินมาเล็กน้อย

ห้องพักจะอยู่ด้านล่าง คล้ายๆชั้นใต้ดิน เหมือนเขาขุดดินลงไป อีกครึ่งชั้น เพื่อสร้างห้อง อาจจะทำเพื่อให้ อบอุ่น ยามอากาศหนาวก็ได้ครับ  โดยจะปล่องระบายอากาศ คล้ายๆหน้าต่าง โผล่พ้นดินมาเล็กน้อย

ห้องน้ำ มีไม่ค่อยเยอะ เพราะ คนที่นี่ เค้าไม่ค่อยชอบอาบน้ำเท่าไหร่ มั้ง เลย มี ห้องน้ำ แค่ สี่ห้องเอง แต่ถ้าใครสนใจที่พักนี้ FriendHouse Hostel ก็ลองไปเช็คราคาและห้องว่างกันได้ที่ Traveloka >> https://www.traveloka.com/th-th/hotel/russia/friendhouse-hostel-1000000665844

 

หลังจากเก็บกระเป๋า ล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้ว ก็ชวนกันไปเดินเล่นถ่ายภาพ เก็บแสงเย็น บริเวณในเมือง ใกล้ๆ ที่พักครับ

โรงละครโอเปร่า ครับ ยิ่งใหญ่สวยงาม อลังการมากจริงๆ เวลาที่ถ่ายรูปนี้ เวลา ประมาณ 2 ทุ่มแล้วครับ

ช่วงนี้เป็นหน้าร้อน ของรัสเซีย พระอาทิตย์ขึ้น ตั้งแต่ ตี3 ตี4 กว่าพระอาทิตย์จะตกก็ 2-3 ทุ่ม ฟ้ามืด 4 ทุ่ม

หลังจากนั้นก็เดินผ่านห้าง Gum ครับ ห้างสรรพสินค้า ที่ อยู่ใกล้ๆ st.basil และ red square  เป้าหมายแรกที่เราจะไปคือ St.Basil  ก็กด google map แล้วเดินตามทางไปเรื่อยๆ ครับ ไม่ยาก

เดินๆ อยู่ก็มาโผล่ ด้านหลังของ เซนต์ บาเซิล ซะงั้น เก็บภาพ แล้ว ก็อ้อมไปด้านหน้า ตรงลานกว้าง ของ Red Square

ปรากฏว่า เขากำลัง สร้างเวที มวย ชั่วคราว ขึ้น ปิดกัน ไม่ให้เข้าไปตรงลานกว้าง บังวิว บัง ทุกอย่าง มีเครน เต็มไปหมด  ก็ได้แต่ ยืนอึ้งๆ ไปครับ

ก็ต้องเดินหลบหามุมถ่ายภาพเอาครับ

ดึกๆ แบบนี้ คนจะไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีนะครับ ก็เดินถ่ายกันเพลิน สองศรีพี่น้อง

จากเซนต์บาเซิล ก็ข้ามมาถ่าย พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ในมอสโก State Historical Museum หรือไอ่ตึกสีแดงๆ นั่นแหละครับ

ถ่ายไปถ่ายมา เพลิน สี่ทุ่มกว่า แล้ว เลย เดินกลับที่พักครับ เพราะเริ่มหิว ปรากฏว่า ร้านต่างๆ ปิดไปเกือบหมดแล้ว เหลือแต่ร้านเรา บาร์เบียร์ ผับ และ มินิมาร์ท บางแห่ง  เลยไม่ได้ ดีที่ กินบนเครื่องของการบินไทย ตอนก่อนเครื่องจะลง มาแล้วบ้าง จริงๆ แอบเห็น พวก KFC หรือ Mc หรือ Burger king ที่เปิด 24 ชม นะ แต่ขี้เกียจเดินแล้ว นอนดีกว่า

วันที่ 2 ในมอสโก ฝนตกในตอนเช้า ทำให้เรา ไม่สามารถออกไปเที่ยวไหนได้กว่าจะออกจาก โรงแรม ก็ปาเข้าไป 7 โมงกว่า  เดินออกมา ยังเช้าเกินไป ร้านรวง ต่างๆ ยังไม่เปิด เลยแวะ หา อาหารเช้าทานกันก่อน

เป็นร้าน คล้ายๆ ร้านกาแฟ แต่มีเมนุเช้าให้เลือกหลายอย่าง  ผมเลือกแบบอเมริกัน น้องเลือกแบบรัสเซีย ครับ นั่งๆกินอยู่ฝนก็เทลงมาอีก

เมื่อฝนหยุดก็ เดินไปถ่ายภาพ ที่ เรด สแควร์ อีกครั้ง ในบรรยากาศ กลางวัน  ที่นี้ รู้เลยว่าคนเยอะแยะ มหาศาลมาก หามุมถ่ายยากสุดๆ

State Historical Museum  พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ในมอสโก, ประเทศรัสเซีย

ที่อยู่: Red Square, 1, Moskva, รัสเซีย 109012

ผู้ก่อตั้ง: Ivan Zabelin

ก่อตั้ง: พ.ศ. 2415

ชั่วโมง: วันนี้เปิดทำการ · 10:00–19:00

โทรศัพท์: +7 495 692-40-19

ด้านในก็สามารถเข้าไปดูได้นะครับ แต่ มีแต่ภาษารัสเซีย แทบทั้งหมด ถ้าไม่มีไกค์แนะนำ คงไม่รู้เรื่องอะไรเท่าไหร่

หลังจากนั้นก็เดินอ้อมไปด้านหลัง ของ พิพิธภัณฑ์ เจอกับ โบสถ์เล็กๆ ข้าง กำลังจัดพิธี น่าจะ แต่งงานมั้งครับ เลยหยุดถ่ายไว้ซะหน่อย

ด้านหลัง ผู้คนเริ่มเยอะ เพราะมักจะเป็นสถานที่นัดพบกัน ของ บรรดา ทัวร์ จาก ทุกประเทศ

บริเวณที่เที่ยวดังๆ ทั้งหลาย จะ มี ตำรวจ มาประจำการ คอยสอดส่องดูแล นักท่องเที่ยว ตามจุดต่างๆ ครับ

หลังจากนั้นก็เดินไป ที่

มหาวิหารเซนต์เบซิล (อังกฤษ: Saint Basil’s Cathedral; รัสเซีย: Собор Василия Блаженного)

มหาวิหารเซนต์บาซิล เป็นอาสนวิหารของศาสนจักรออร์โธดอกซ์รัสเซีย ตั้งอยู่ที่จัตุรัสแดง กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย สร้างโดยซาร์อีวานที่ 4 แห่งรัสเซีย หรือซาร์อีวานจอมโหด เพื่อฉลองชัยชนะเหนือพวกมองโกลที่กรีธาทัพมาเมืองคาซาน

ที่อยู่: Red Square, Moskva, รัสเซีย 109012

เปิดทำการ: 12 กรกฎาคม 2104

ความสูง: 65 ม.

โทรศัพท์: +7 495 698-33-04

สถาปนิก: Postnik Yakovlev, Ivan Barma

ฟังก์ชัน: โบสถ์คริสต์, พิพิธภัณฑสถาน, ศาสนสถาน

ผู้ที่ถูกฝังที่นี่: Basil Fool for Christ, Alexei Komech, Peter Petreius

เดินไปเรื่อยๆ จนมาขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำ Moskva เพื่อถ่ายภาพ จะได้ไม่ย้อนแสงตอนเช้าครับ

จากบนสะพาน สามารถมองเห็น โบสถ์โดมทอง และ พระราชวังเคลมลินอีกด้วย

จากนั้น เราก็กลับไปยัง ห้าง กัม GUM เพื่อไปรับ บัตร ซิตี้พาส ที่ ซื้อไว้ทางอินเตอร์ หรือ สามารถซื้อได้ที่หน้าเค้าเตอร์เลยครับ แต่ เปิด 9 โมง นะ

มาถึง พนักงานบอก รอแปบนึง คอมพิวเตอร์มีปัญาหา อีก 30 นาที มาใหม่นะ เลย เดินเล่นในห้าง กัม ไปก่อน  ห้างนี้ไม่ติดแอร์นะครับ ของ แบรนด์เนม เพียบ ช่วงนี้ถือว่าเป็นหน้า สปริง ดอกไม้บาน ตามห้างเลย เอาดอกไม้มาประดับประดา สีสวยงาม เต็มทางเดินของห้าง ทั้งด้านใน และ ด้านนอก

 

เมื่อวนกลับมาอีกรอบ ผมก็ยื่นอีเมลล์ ที่ผมซื้อ city pass ผ่านเน็ต มาโชวื ให้พนักงานดู ก็จะได้ รับ แบบนี้มาหนึ่งคน เอ้ยยย บัตรแบบนี้มาหนึ่งใบ

 

สามสิ่ง คือ หนังสือคู่มือ บัตร และ แผนที่ การวิ่งของรถ และเรือ

ในแผนที่นี้ จะบอกเส้นทางเดินรถ และเรือ ที่ผ่านตามสถานที่เที่ยวต่างๆ ใน มอสโก ครับ โดยรถ จะมี สองเส้น คือ สีแดง รอบใน เที่ยวใกล้ๆ ใช้เวลา สอง สามชั่วโมง ส่วนสีเขียวรอบนอกใช้เวลา ครึ่งวันเป็นอย่างน้อย

ส่วนเรือ ก็จะมี รอบเล็ก กับรอบใหญ่เช่นกัน ซึ่งในคู่มือ จะมี ภาษา อังกฤษ ด้วย อ่าน ทำความเข้าใจได้ครับ

ทำไม ถึงคิดว่าจะซื้อ ซิตี้พาสใช้ ก็เพราะ ว่า ราคา 50 USD สามารถเข้า พิพิธภัณฑ์ต่างๆได้ 40 ที่ ในมอสโก เข้าเคลมลินได้ เข้าโบสถ์ต่างๆ ได้  นั่งรถรอบเมือง ล่องเรือ ได้ ถ้ามีเวลา คุ้มแน่นอน แต่ผมใช้ไม่คุ้ม เพราะผิดแผนเยอะมาก

รถ สีแดงคันนี้ จะจอด อยู่ข้างที่ซื้อบัตร  มาถึง เราก็ยื่นบัตร ก็ขึ้นฟรีได้เลย และ เวลา ของบัตร ก็จะเริ่ม รัน ณ เวลา นั้น อยู่ที่ เรา ซื้อ แบบ 1 วัน 2 วัน 3 วัน  นับไป 24 ชม บัตร หมดอายุ

แผนการใช้งาน Russia City Pass ให้คุ้มค่า

วันที่ 1

รับบัตรซิตี้พาสที่ห้างกุม 10.00 น.

10.15-12.00 จากห้างกุม ให้ขึ้นรถแดง Hop in hop off หลังโบสถ์เซนต์บาซิล ชมเมืองรถจะมี 2 สาย ให้ดูจากคู่มือที่ได้รับนะครับ ให้นั่งให้ครบ จะได้เก็บสถานที่เที่ยวจนครบ โดยรถจะผ่าน

  1. กระทรวงการต่างประเทศ

  1. ถนนคนเดินอารบัท

  1. จตุรัสแดง

  1. โบสถ์เซนต์ซาเวียร์ หรือ โบสถ์โดมทอง

5.แม่น้ำมอสโก

6. ผ่านโรงแรมเรดิสัน รอยัล สามารถขึ้นไป ถ่ายภาพมุมสูง ชมเมือง มอสโกได้

7. ตึก 7 พี่น้อง อันนี้ ถ่ายจากจุดชมวิว ด้านหน้ามหาวิทยาลัยมอสโก

8. มหาลัยมอสโก ส่วนใหญ่คนจะมานั่งชมวิว ที่ด้านหน้า

9. พระราชวังเคลมลิน

10. ตึกทำงานเก่า KGB

12.00น

ให้ลงรถใกล้ๆ โรงแรมเรดิสัน รอยัล (Redisson Royal)

ขึ้นไปชมมอสโก จากมุมสูง ชั้น 33 ( อันนี้ผมไปไม่ทัน )

โดยลงชั้น 29 ก่อน จะเจอร้านอาหาร Bono รับ welcome drink หรือ ทานอาหารที่นี่ได้ แล้วไปชั้น 33

13.00 น -15.00 มาขึ้นเรือล่องแม่น้ำมอสโก (อันนี้ผมนั่งเรือผิดลำ แทนที่จะนั่งรอบใหญ่ดันไปนั่งรอบเล็ก)

โดยยื่นบัตรซิตี้พาส ก่อนล่วงหน้าประมาณ 12.50น เพื่อแลกบัตรขึ้นเรือตรงท่าเรือ จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการ

15.00น นั่งรถ รถแดง Hop in hop off กลับมาที่จตุรัสแดง

16.00น แลกตั๋วเข้าเครมลินที่ช่อง E ticket  (กลับมาถึงแล้ว คนรอคิวเยอะมาก เลย เลือกจะเข้าเครมลินวันถัดไปแทน)เลยเดินเล่นถ่ายภาพ บริเวณด้านหน้า เคลมลินแทน

อันนี้ คือ ไฟ ที่ไม่มีวันดับ เพราะ จะมี ทหารมายืนเฝ้าอยู่ตลอดเวลา

อันนี้ เดินมาเจอ กลุ่ม พนักงานต้อนรับบนเครื่อง ที่เรานั่งมาเมื่อวานด้วย ก้ทักทายกันนิดหน่อย เพราะ เค้าจำได้ว่าเราคือคนที่นั่ง 37k 555

16.00 – 18.00 น ชมเครมลิน และโบสถ์ต่างๆ ภายในพระราชวัง

18.00-19.00 น ทานอาหารเย็น โดยจะไปทานที่อารบัท หรือ แถวจตุรัสแดงก็ได้ ถ้าไปอารบัทก็ให้นั่งรถไฟไปลงสถานี Arbatskaya

20.00-22.00 เดินเล่นเอาบรรยากาศที่อารบัท มีร้านอาหารชื่อ MY MY แนะนำ หน้าร้านมีวัวอยู่

22.00 กลับที่พัก

วันที่ 2

เดินทางมาจตุรัสแดง สถานีรถไฟ Ohodniy ryad

10.00-11.00 ใช้บัตรซิตี้พาส เข้าช่องทางพิเศษที่โบสถ์เซนต์บาซิล (St.Basil Cathedral) ซึ่งเป็นไฮไลท์ของเมืองนี้ ขึ้นไปชมเลยนะครับ

11.00-12.00 น เข้าพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์รัสเซีย State Historical Museum (main building) ตึกสีแดงๆ สวยๆ ตรงจตุรัสแดง

12.00-13.00 ทานอาหารแถวจตุรัสแดง หรืออาจจะทาน Food court ที่ห้างกุมก็ได้

13.00-15.00 นั่งรถไฟใต้ดินไปสถานี VDNKh และเดินเข้าไปในศูนย์นิทรรศการสินค้าเกษตรฯ ให้ใช้ซิตี้พาสเข้า Aquarium ที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซีย ชื่อ Moskvarium  (อันนี้ผมพลาดไม่ได้ไปเพราะ เสียเวลา ต่อคิวเข้าเคลมลิน เกือบ สามชั่วโมง)

16.00-18.00น นั่งรถไฟสายสีส้มต่อเดียวยาวมาลงสถานี Tretyakovskaya เพื่อใช้บัตรซิตี้พาสเข้าชมหอศิลป์ เทยาคอฟ ด้านในมีสมบัติล้ำค่ามากมายให้ชม หลายยุคหลายสมัย ทั้งของรัสเซีย และของอารยธรรมโบราณอย่างพวกอียิปต์ก็น่าชม (พฤหัส-เสาร์ เปิดถึง 21.00น วันอื่นๆ ถึง 18.00น.)

18.00-19.00น ทานอาหารเย็น

วันที่ 3

09.00-12.00 เริ่มต้นด้วยการเดินทางไปลงสถานี Kolomenskoye เพื่อไปดูโบสถ์เก่าแก่ของเมืองมอสโก เพลิดเพลินไปกับการเดินชมสวนสาธารณะที่มีความเป็นธรรมชาติขนาดใหญ่ และวิวมอสโกเนินเขาจากโบสถ์คาโลเมน และชมความงามของวังของซาร์อเล็กเซย์ The Palace of the Tsar Alexey Mikhailovich ที่สร้างขึ้นใน ศ.17

13.00 – 15.00 น เดินทางมาสถานี Partizanskaya แล้วชมเมืองมอสโกโบราณจำลอง โดยด้านในจะมีพิพิธภัณฑ์อีกหลายแห่งที่น่าสนใจ

เช่น พิพิธภัณฑ์ว็อดก้า ซึ่งจะทำให้เราทราบถึงความเป็นมาของว็อดก้า พิพิธภัณฑ์ช็อคโกแล็ต และพิพิธภัณฑ์ศิลปะหัตถกรรมรัสเซีย เดินซื้อของที่ระลึกที่ตลาดอิสไมโลว่า ใกล้ๆ กัน (ของจะเยอะวันเสาร์อาทิตย์)

15.00-18.00 ห้ามพลาด www.bunker42.com บังเกอร์ 42 เป็นพิพิธภัณ์สงครามเย็น หรือ The cold war museum พูดถึงสงครามเย็น ใครๆ ก็คงจะอยากรู้ความลับหลังม่านเหล็กที่เคยปกปิดไว้ ไปชมได้ที่นี่ นั่งรถไฟใต้ดินไปลงสถานี Taganskaya (สถานีนี้สวย อย่าลืมถ่ายรูปนะครับ) แล้วเดินไปประมาณไม่เกิน 200 เมตรจะเจอพิพิธภัณฑ์

 

***วันที่ 4-5 หากมี***

ให้เก็บ มหาลัยมอสโก , พระราชวังซาริซิน่า, พิพิธภัณฑ์อวกาศ, สถานีรถไฟใต้ดินสวยๆ

ขอมูลจาก เพจ  เที่ยวรัสเซีย ครับ

กลับมาที่ทริปเราบ้าง เพราะ เราซื้อ บัตร ซิตี้พาส 1 วัน และ เราไป ขึ้นเรือใหญ่ไม่ทัน ก็เลยได้แต่นั่งเรือเล็ก ล่องแม่น้ำ Moskva แทน

จริงๆ เราต้องขึ้นเรือลำนี้ ครับ เวลา จะขึ้นต้องดูในแผนที่ดีๆ นะครับ ว่าเรือ วิ่ง รอบไหน

ตกเย็น เราไปยัง

มหาวิหารเซนต์เดอะซาเวียร์ หรือที่เรียกกันว่า มหาวิหารโดมทอง (St. Saviour Cathedral)

เป็นวิหารที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซียและสูงที่สุดในโลก ตั้งอยู่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Moskva เมืองมอสโก ประเทศรัสเซีย สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ ที่ 1 เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะและแสดงกตัญญุตาแด่พระเป็นเจ้าที่ทรงช่วยปกป้องรัสเซียให้รอดพ้นจากสงครามนโปเลียน โดยมหาวิหารเซนต์เดอะซาเวียร์ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 45 ปี

ในสมัยของสตาลิน เคยสั่งให้ทุบทำลายมหาวิหารแห่งนี้ จนกระทั่งในสมัยประธานาธิบดีบอริส เยลซิน จึงได้มีการบูรณะขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งด้วยเงินบริจาคและพลังความศรัทธาของผู้คน ดังนั้นที่นี่จึงเป็นที่รักและศูนย์รวมจิตใจของประชาชน มหาวิหารโดมทองแห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในการประกอบพิธีกรรมที่สำคัญระดับชาติทางคริสตศาสนาของประเทศรัสเซีย

ที่ตั้ง: ริมฝั่งแม่น้ำ Moskva เมืองมอสโก ประเทศรัสเซีย

วิธีเดินทาง: อยู่ไม่ไกลจากจตุรัสแดงสามารถเดินไปได้ หรือ นั่งเมโทรจากแถวจตุรัสแดงไป 1 สถานี ลงที่ Kropotkinskaya

เวลาเปิด – ปิด: เปิดให้เข้าชมทุกวัน

วันจันทร์เปิดเวลา 13.00 – 17.00 น.

วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 10.00 – 17.00 น.

ที่นี่จำหน่าย City pass ด้วยนะครับ

ภายในวิหารห้ามถ่ายรูปโดยเด็ดขาด

ชมวิหารเสร็จ ก็เดินไปยัง สะพานด้านหลัง เพื่อชม พระราชวังเคลมลิน ในอีกมุมหนึ่ง

พอใกล้จะมืด เราตั้งใจ ว่า จะไป ยัง โรงแรม เรดิสัน เพื่อ ปีนตึกถ่ายมุมสูง แต่ปรากฏว่า เรา นั่งรถผิด พลาด ไปมา จนไม่ทัน แสงเย็น เลย กลับ ไปทาน  KFC  แล้ว เข้าที่พัก

วันที่ 3 เป็นวันที่ เราจะต้องออกเดินทาง ออกจาก มอสโก เพื่อไป ยัง เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก แต่ รถไฟ ที่เราจองไว้เป็น รอบ 2 ทุ่ม เลย มีเวลา อีกทั้งวัน ให้เที่ยวชม ครับ

 

เราตื่นมา สายๆ เพื่อมารอต่อคิว รับตั๋วเข้าชม เคลมลิน ซึ่ง บัตรยังไม่หมดอายุ เพราะ เราเปิดใช้ งาน ตอน 11 โมง เมื่อวาน  แต่ เราใช้เวลาต่อคิว ตั้งแต่  8.30 ได้ตั๋วเข้าชม ตอน เกือบ 11 โมง เพราะ วันนั้นเป็น วัน เสารื คนจะเยอะมากๆ ครับ  เยอะทุกที่ เลย

แถมยัง โชคไม่ดี ท้องฟ้า มืดครึ้ม เหมือนฝนทำท่าจะตก ตลอดครึ่งเช้าเลยครับ

ภายใน บริเวณ พระราชวัง ก็จะมี อะไรที่น่าสนใจ ให้ชมเยอะครับ ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ และ ศาสนา แต่ ไม่สามารถ ถ่ายภาพ ภายในได้นะครับ

มีการแสดง เล็ก ของทหาร รัสเซียให้ชมด้วย บริเวณลานกว้าง ภายในวัง

กว่าจะออกจาก วังมาได้ ก็เกือบ บ่ายสองแล้ว ตั้งใจ จะไป อควาเรียม ก้คงไม่ทัน เพราะ ตั๋วรถไฟ ที่เป็น e-ticket ยังไม่ได้เอาไปขึ้นตั๋วเลย จริงๆ ในเน็ตบอกใช้ขึ้นได้เลย แต่ เพื่อความปลอดภัย เพราะ อาจโดนพนักงานรถไฟรุ่นโบราณไล่ลงจากรถได้ เลยตั้งใจ ไปสนานีรถไฟ แต่ เนิ่น สัก หกโมง

กลับมาเก็บกระเป๋า แล้ว ให้ เจ้าของ โฮสเทล สั่งพิซซ่ามาให้กิน เพื่อรอเวลา

เวลายังเหลือ เลย ออกไป จิบน้ำเก๊กฮวย กับ น้ำกระเจี๊ยบ ราคาถูกๆ แก้ว500ml แก้วละ 135 RUB

ชมนักท่องเที่ยว และ ผู้คนรัสเซีย ที่เดินผ่านไปมา บนถนน ก็เพลินดีครับ อาการ เย็นๆ ไม่ร้อน  ไม่ต้องใส่น้ำแข็ง

เมื่อใกล้ถึงเวลา เรา ก็เดินทางไปยัง สถานีรถไฟ ที่ จะพาเราไปยัง เซนต์ปีเตอรืเบิร์ก นั่นคือ สถานีเลนินกราด แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ ในตั๋ว มันไม่ได้ เขียนว่า สถานีเลนินกราดนะสิ มันเขียนว่า ไปขึ้นที่ สถานี MOSKVA OKTIABSKAIA ก็เปิดกูเกิ้ล เปิด แมพรถไฟหา วนไปสิ มันไม่มี กว่าจะเจอ เสียเวลาไป มากโข สุดท้ายไปได้ ข้อมูลมา ว่า มันคือ สถานีเดียวกัน

 

ก็นั่ง เมโทรมายังสถานีที่ใกล้ ที่สุด แล้ว เดินข้ามถนนไปยัง สถานีเลนนินกราด เพื่อ ออกตั๋ว แล้วไปนั่งรอเวลา รถไฟออก ซึ่ง รถไฟรัสเซียนี่ ออกตรงเวลามากครับ อย่าไป เลท เชียวนะ

ภายในสถานีรถไฟ จะมีร้าน ขายของ ขายอาหาร เครื่องดื่ม ของที่ระลึกต่างๆ เต็มไปหมด  ก็สามารถซื้อเสบียง เตรียมไว้กินบนรถได้ครับ เพราะ บางขบวน อาจไม่มีของขายนะครับ

มาดูตั๋วกันอีกรอบครับ ในตั๋ว จะบอก ชื่อผู้เดินทาง ต้องตรงกับพาสปอร์ต ห้ามผิดแม้แต่ตัวอักษรเดียว  บอก หมายเลขขบวนรถ  บอก สถานีต้นทาง สถานีปลายทาง บอก หมายเลขตู้รถไฟ บอกหมายเลขเตียงนอนที่เราได้ ซึ่งรถไฟรัสเซียมีหลายประเภทครับ ผม เลือกจอง แบบ เรียกว่า Купе อ่านว่า คูเป้  หรือในตั๋วจะใช้คำว่า Compartment

  1. รถไฟนั่ง

1.1   รถไฟนั่งปกติ  แบบรถไฟนั่งบ้านเราครับ ราคาอยู่ประมาณ 700 -1000บาทไทยครับ

1.2   รถไฟด่วน รถหัวจรวด หรือ จะเรียกว่า ซับซาน  เป็นรถด่วนวิ่งจากเซนต์ปีเตอร์ – มอสโคว หรือ มอสโคว์-เซนต์ปีเตอร์ใช้เวลาวิ่งประมาณ 3.5 ชม ราคา  2800-4500 บาท

2. รถไฟนอน

2.1  ตู้รวม ภาษารัสเซียเรียกว่า Плацкартный อ่านว่า ปลาซคาร์ทนึย  หรือ ในเวปจะใช้คำว่า

Reserved seat  ลักษณะคล้ายๆรถไฟนอนชั้นสองบ้านเรา แต่จะเบียดกว่า ราคา ประมาณ 1300-1800 บาท

2.2  ตู้แบ่งห้อง ภาษารัสเซียเรียกว่า Купе อ่านว่า คูเป้  หรือในเวปจะใช้คำว่า Compartment

ราคาอยู่ที่ 2300 – 3500 บาทต่อคนครับ ขึ้นอยู่กับขบวน  ลักษณะเหมือนรถไฟชั้น 1 บ้านเราคือแบ่งเป็นห้องๆแต่ต่างกันตรงที่มี 4 ที่นอนครับ ซึ่งบางขบวนจะแบ่งห้องชาย-หญิง แต่เป็นส่วนน้อยครับ

ซึ่งผมมองว่า นักท่องเที่ยวแบบเราๆ เลือกแบบนี้ ก็พอแล้ว ครับ ไม่ต้องไปเลือกพิเศษกว่านี้แล้วครับ ไม่งั้นนั่งเครื่องบินดีกว่าครับ

วิธีการขึ้นรถไฟ ก็ง่ายๆ แค่ ยื่นตั๋ว กับ พาสปอร์ต  ให้เจ้าหน้าที่ประจำตู้ เขาก็จะกดๆ แอพในมือถือ ว่าชื่อเราตรงกับที่จองไว้หรือไม่  ซึ่งเป็นโปรเสจ ที่รวจเร็วพอสมควร

 

จัดการปูผ้าปูที่นอนเสร็จแล้ว ก็นอนยาวๆไป 8 ชั่วโมง  ถึง เซนต์ปีเตอร์เบิร์กเช้าพอดี ประมาณ ตีสี่กว่า ตีห้า เอากระเป๋าไปเก็บ ที่ โรงแรม ที่จองไว้ แล้ว ออกเที่ยวได้ทันที (โรงแรมที่ รัสเซีย จะให้เช็คอิน หลังบ่ายสองนะครับ )

เป็นอันจบ ทริปเมือง มอสโก แต่ไปเริ่มใหม่ ที่ เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก อีกครั้งครับ จะมีอะไรให้ มั่ว งง หลง ทิศ ผิดแผนอีกมัย….. โปรดติดตามใน รีวิวหน้า ครับ สวัสดี

To be continue  st.petersburg

 

สามารถติดตาม อัพเดตข่าวสารต่างได้ที่

เพจแบกเป้เท่ทั่วโลก https://www.facebook.com/TummengTravel

อินสตราแกรม  https://www.instagram.com/tummengtravel/

YouTube  https://www.youtube.com/channel/UCh7N87xR-8NLqjDuoRo7DWQ

 

ติดต่องาน  Tel : 0830307514 email: [email protected]

 

You Recently Viewed ...

Nothing to Fear India นะจ๊ะนาย

Japan with (My)Love “เที่ยวญี่ปุ่นแบบญี่ปุ่น”

Yading The Lost Horizon , การเดินทางสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ “ย่าติง”

น่าน .. นาน..นาน..ได้ไหม….Whispered from Nan

20 จุด ปักหมุด ที่เที่ยวลำปาง

Tummeng Travel