Travel Uncategorized ล่าสุด ในประเทศ

20 จุด ปักหมุด ที่เที่ยวลำปาง

Rating Chart

3.8 average based on 6 ratings

  • Excellent
    2
  • Very Good
    3
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    1

ม้าหำใหญ่ ไก่ขาเดียว เดียวซออู้ คูน้ำเน่า นั่งเฝ้าถังแก๊ส คงเป็นคำกล่าวเสียดสี ที่คนลำปางอาจจะไม่ชอบใจนัก เพราะ อาจจะเป็นคำที่ล้อเล่นกันในหมู่เพื่อนฝูงเท่านั้น

เพราะปัจจุบัน ลำปาง ได้มีการแข่งขัน และ พัฒนา ด้านการท่องเที่ยว จนกลายเป็นจังหวัดที่ไม่ใช่แค่ทางผ่านไปยัง เชีบงใหม่อีกต่อไป จากการที่ผมได้มีโอกาส ไปเที่ยวลำปางแบบ 3วัน2คืน มา เมื่อ ไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมเลยอยากเอา ที่เที่ยวๆ เจ๋งๆ ในลำปางมาให้ทุกท่านได้เลือกสรรค์ ปักหมุด จุดที่ต้องไปในลำปางครับ

  1. พระธาตุลำปางหลวง

วัดพระธาตุลำปางหลวง (คำเมือง: LN-Wat Phra That Lampang Luang.png) ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคาจังหวัดลำปาง อยู่ห่างจากตัวเมืองลำปางไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 18 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่บนเนินสูง มีการจัดวางผังและส่วนประกอบของวัดสมบูรณ์แบบที่สุด มีสิ่งก่อสร้าง และสถาปัตยกรรมต่าง ๆ บริเวณพุทธาวาสประกอบด้วย องค์พระธาตุลำปางหลวง เป็นประธาน มีบันไดนาคนำขึ้นไปสู่ซุ้มประตูโขง ถัดซุ้มประตูโขงขึ้นไปเป็น วิหารหลวงบริเวณทิศเหนือขององค์พระธาตุมีวิหารบริวารตั้งอยู่คือ วิหารน้ำแต้ม และ วิหารต้นแก้ว ด้านตะวันตกขององค์พระธาตุประกอบด้วย วิหารละโว้ และ หอพระพุทธบาท ด้านใต้มี วิหารพระพุทธ และอุโบสถ ทั้งหมดนี้จะแวดล้อมด้วยแนวกำแพงแก้วทั้งสี่ด้าน นอกกำแพงแก้วด้านใต้มีประตูที่จะนำไปสู่เขตสังฆาวาส ซึ่งประกอบด้วยอาคาร หอพระไตรปิฎก กุฏิประดิษฐาน พระแก้วดอนเต้า อาคารพิพิธภัณฑ์และกุฏิสงฆ์

นักท่องเที่ยวทุกคนที่มีโอกาสมาเยือนลำปาง สถานที่แรกที่มักจะนึกถึงก็คือวัดพระธาตุลำปางหลวง เนื่องจากวัดพระธาตุลำปางหลวงเป็นวัดที่เก่าแก่ มีประวัติความเป็นมายาวนาน มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่แสดงความเป็นล้านนาอย่างเด่นชัดที่สุดวัดหนึ่ง องค์พระธาตุ(ที่ชาวภาคกลางเรียกเจดีย์)ก็ยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนที่เกิดปีฉลู และนอกจากนั้น ยังมีเงาพระธาตุในซุ้มพระบาท เป็นหนึ่งใน Unseen Thailand ให้ได้ชมกันอีกด้วย

วัดพระธาตุลำปางหลวง นับเป็นโบราณสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ และยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ควรค่าแก่การเคารพ ในการท่องเที่ยววัดพระธาตุลำปางนั้น จึงจำเป็นที่นักท่องเที่ยวควรจะต้องแต่งการให้สุภาพ เช่นนักท่องเที่ยวหญิงไม่ควรใส่กระโปรงหรือกางเกงที่สั้นจนเกินไป พอเห็นสมควรในการใส่

เงาพระธาตุในซุ้มพระบาท
เมื่อเข้ามาในซุ้มพระบาทแล้วปิดประตูให้สนิท ความืดมิดก็เข้ามา
และภาพเงาพระธาตุ หนึ่งใน Unseen Thailand ก็ปรากฏแก่สายตา

ภาพเงาพระธาตุในวิหารลายคำ
เนื่องจากภาพเงาพระธาตุในซุ้มพระบาทไม่อนุญาตให้ผู้หญิงได้เข้าไป ทางวัดจึงได้จัดสถานที่สำหรับดูเงาพระธาตุไว้อีกแห่งในวิหารลายคำ ซึ่งทุกคนมาสารถเข้าดูได้ และไม่ต้องปิดห้องให้มืดมากก็ยังสามารถมองเห็นได้ชัดเจน

2. นั่งรถม้าเที่ยวรอบเมือง

ลำปางได้ชื่อว่าเก็นเมืองแห่งรถม้า ดังนั้น เรามาถึงลำปางแล้วไม่นั่งรถม้าคงไม่ดีแน่ และที่สำคัญ เราสามารถนั่งรถม้าไปเที่ยวสถานที่อื่นๆ ได้อีกหลายที่เลย เช่น บ้านเสานัก จวนผู้ว่า บ้านโบราณหลุยส์ กาดกองต้า  ส่วนราคาก็แล้วแต่ รอบเล็ก รอบใหญ่และสถานที่ ที่จะไป

3. บ้านเสานัก

ในจำนวนบ้านไม้สักโบราณของเมืองลำปางดูเหมือนว่าบ้านเสานักแห่งนี้จะเป็นที่รู้จักกันมากที่สุด เนื่องจากเป็นบ้านไม้เก่าที่ยังคงรักษาสภาพเดิมไว้เป็นอย่างดี และยังเป็นสถานที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้โบราณได้มากที่สุดอีกด้วย ที่นี่จึงไม่ต่างจากพิพิธภัณฑ์ด้านศิลปวัฒนธรรมของเมืองลำปาง และไม่เคยร้างราผู้มาเยือน ทุกวันจะมีคนมาเยี่ยมชมบ้านเสานักอยู่เสมอ ไม่เพียงเพื่อชื่นชมรอยอดีตที่งดงามเท่านั้น หากยังเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาด้านสถาปัตยกรรมของนักศึกษาหรือผู้ที่สนใจด้านนี้โดยเฉพาะ
บ้านเสานักสร้างขึ้นเมื่อประมาณปีพ.ศ.2438 โดยคหบดีพ่อค้าชื่อ “หม่องจันโอง” ซึ่งเป็นต้นตระกูลจันทรวิโรจน์ มีลักษณะเป็นบ้านไม้สักโบราณศิลปะพม่าผสมล้านนาและมีเสาเรือนถึง 116 ต้น อันเป็นลักษณะที่โดดเด่นของบ้านเสานัก บ้านหลังนี้ประกอบด้วยเรือนใหญ่ซึ่งเป็นเรือนหมู่ หน้าบ้านมีต้นสารภีซึ่งนับจากวันนั้นถึงวันนี้ก็อายุถึง 133 ปีแล้ว ว่ากันว่าแต่เดิมนั้น บ้านเสานักเป็นสถานที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและใช้เป็นสถานที่จัดงานขันโตกและงานพิธีมงคล เปิดให้เข้าชมบ้านและของสะสมต่าง ๆ ทุกวันเวลา 10.00-17.00 น. ค่าเข้าชมพร้อมเครื่องดื่ม 30 บาท พระภิกษุ เด็กนักเรียน นักศึกษา ชมฟรี

4. บ้านโบราณบ้านหลุยส์

อาคารสำนักงานหลุยส์ ตี. เลียวโนเวนส์ (บ้านหลุยส์) บริเวณบ้านพักออป.ลำปาง

เป็นบ้านโบราณอายุกว่าร้อยปี เดิมที่เป็นบ้านของนายฝรั่งที่ได้รับสัมประทาน ออป.(องการอุตสาหกรรมป่าไม้) แต่ถูกทิ้งร้างไว้นานวัน จนบัดนี้ ได้เริ่มมีการ รีโนเวท ตกแต่ง ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีการทำตลาด ท่ามะโอ และ การแสดงภาพวาด และ ศิลปะต่างๆ

5.วัดศรีรองเมือง

วัดศรีรองเมือง วัดเก่าแก่แห่ง จ.ลำปาง ที่มีความงดงามและมีรูปแบบสถาปัตยกรรมโดดเด่นตามแบบฉบับศิลปะพม่า  จะเห็นว่ามีวิหารไม้ ซึ่งมีหลังคาจั่วซ้อนกันเป็นชั้นเล็กชั้นน้อย มียอดแหลม 9 ยอด  เพดานเป็นลายไม้แกะสลัก และเสากลมใหญ่จำหลักลวดลายประดับด้วยกระจกหลากสี ฝีมือประณีต วิจิตรสวยงาม เป็นที่ประทับใจแก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก .

ภายในประดิษฐานของพระประธานไม้สักทองอายุ 106 ปี ปางอุ้มบาตรสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ธรรมาสน์เทศน์ขาสิงห์ 8 เหลี่ยม อายุ 106  ปี ลวดลายงดงามประดับไปด้วยกระจกสี มีความสวยงามเป็นอย่างมาก

ใครที่มาเที่ยว จ.ลำปาง ห้ามพลาดมาชมความสวยงามของวัดศรีรองเมือง

6. วัดศรีชุม

วัดศรีชุมเป็นอีกวัดศิลปะแบบพม่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่บ้านศรีชุม ตำบลสวนดอก อำเภอเมืองฯ จังหวัดลำปาง บนพื้นที่ 9ไร่ 16 ตารางวา ปัจจุบันสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีพระครูสุตชยาภรณ์ เป็นเจ้าอาวาสวัดซึ่งท่านเผยว่า วัดศรีชุม สร้างขึ้นโดยคหบดีชาวพม่า ที่เข้ามารับจ้าง ทำป่าไม้ และอาศัยอยู่ในเมืองลำปาง

ตามประวัติวัดศรีชุม กล่าวไว้ว่า ก่อนที่คหบดีชาวพม่าจะสร้างวัดขึ้น ที่บริเวณนี้เคยเป็นวัดมาก่อน แต่เป็นวัดเล็กๆ มีเพียงศาลา บ่อน้ำ และต้นโพธิ์นั้น ไม่มีกุฏิ ไม่มีพระ เพราะมีต้นศรีมหาโพธิ์ล้อมรอบวัดอยู่หลายต้น จึงเป็นเหตุให้ชาวบ้านเรียกชื่อวัดว่า “วัดศรีชุม” ซึ่งต้นศรีมหาโพธิ์เรียกตามภาษาไทยล้านนาว่า “ศรี” คำว่า “ชุม” มีความหมายว่า ชุมนุมล้อมรอบ ฉะนั้นเมื่อมีความหมายดังกล่าว จึงเรียกชื่อวัดตามภาษาพม่าว่า “หญ่องไวง์จอง” ในสถานที่ซึ่งเคยเป็นวัดเก่ามาก่อนนี้เอง จองตะก่า อู โย , พ่อเลี้ยงอู หม่อง ยี และแม่เลี้ยงป้อม จึงได้ทูลเกล้าขออนุญาตจากเจ้าผู้ครองนครลำปางในสมัยนั้น (เจ้าหลวงนรนันทชัยชวลิต  ระหว่าง  พ.ศ.  2430 – 2440) สร้างวัดศรีชุมขึ้นมาใหม่อีกครั้งใน พ.ศ. 2435

วัดศรีชุมมีพระวิหาร ตั้งอยู่กึ่งกลางวัด เป็นอาคารตึกครึ่งไม้แบบพม่า จองตะก่า อู โย ได้สร้างขึ้นเป็นกุฏิไม่ก่อน ในปี พ.ศ. 2443 ต่อมาพ่อเลี้ยงอู หม่องยี ผู้เป็นลูกเขย,แม่เลี้ยงป้อมบริบูรณ์ และนายใหญ่ ได้สร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง โดยเปลี่ยนจากไม้มาเป็นก่อด้วยอิฐถือปูน ส่วนด้านหลังของวิหารมีสระบัวขนาดใหญ่ก่อสร้างด้วยอิฐถาวรแล้วเสร็จในปีพ.ศ.2444 ด้วยฝีมือช่างศิลปะแบบพม่า จากเมืองมันฑะเลย์ ประเทศพม่า มาเป็นช่างสร้างวิหารประสาททรงพระยาธาตุอันอลังการนี้ มีหลังคาซ้อนกันหลายชั้น แต่ละชั้นลดหลั่นกันถึง 7 ชั้น ขึ้นไปหาเรือนยอด ชั้นบนสุดประดับด้วยฉัตรทองคำ ตัวพระวิหารมีมุขบันไดทางขึ้นทั้งสองด้าน ซึ่งทั้งสองมุขมีลวดลายแกะสลักลงรักปิดทอง มีภาพตุ๊กตาพม่าสลับบนลายเครือเถา

7. วัดพระธาตุดอนเต้า

วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดารามวัดพระแก้วดอนเต้า เป็นที่ตั้งของพระบรมธาตุดอนเต้า ซึ่งเป็นพระเจดีย์องค์ใหญ่ บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า มณฑปศิลปะพม่า ลักษณะงดงาม ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ และวิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งมีอายุเก่าแก่ พอๆกับการสร้างวัดนี้ นอกจากนี้ยังมีวิหารหลวงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติล้านนา และวิหารพระเจ้าทองทิพย์

8. วัดเจดีย์ซาวหลัง

วัดพระเจดีย์ซาวหลัง (คำเมือง: LN-Wat Chedi Sao.png) ตั้งอยู่ที่ตำบลต้นธงชัย ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือ 5 กิโลเมตรตามถนนสายลำปาง-แจ้ห่ม เป็นวัดใหญ่อยู่กลางทุ่งนา บริเวณวัดร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ “ซาว” แปลว่า ‘ยี่สิบ’ และ “หลัง” แปลว่า ‘องค์’ วัดพระเจดีย์ซาวหลัง แปลว่า วัดที่มีเจดีย์ 20 องค์

พระอุโบสถหลังใหญ่ซึ่งประดิษฐานพระประธาน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงาม บานประตูทั้งสามเป็นของโบราณ เขียนลวดลายรดน้ำละเอียดสวยงาม เสาซุ้มประตูหน้าต่างประดับลวดลายกระจกสีเป็นลักษณะศิลปะสมัยใหม่ และที่ศาลาการเปรียญเรือนไม้ชั้นเดียวด้านหลังพระอุโบสถ ได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงโบราณวัตถุที่ชาวบ้านนำมาถวาย นอกจากนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2526 ชาวบ้านได้ขุดพบพระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์หนัก 100 บาทสองสลึง มามอบให้แก่ทางวัดซึ่งพระพุทธรูปองค์นี้ชื่อว่า พระแสนแซ่ทองคำ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสมัยล้านนา ราวพุทธศตวรรษที่ 21 ขนาดหน้าตักกว้าง 9 นิ้วครึ่ง สูง 15 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปทองคำองค์แรกที่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุแห่งชาติ

วัดนี้เป็นปูชนียสถานที่สำคัญของจังหวัดลำปางสร้างแต่โบราณ ทรงคุณค่าทั้งทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณวัตถุ จากหลักฐานการขุดพบพระเครื่องสมัยหริภุญชัยที่องค์พระเจดีย์ ทำให้สันนิษฐานได้ว่าวัดนี้สร้างมานานกว่าพันปีสิ่งที่น่าชมภายในวัดคือ องค์พระธาตุเจดีย์ซาว ที่มีศิลปะล้านนาผสมศิลปะพม่า ข้างหมู่พระเจดีย์มีวิหารหลังเล็ก ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดปางสมาธิ ศิลปะเชียงแสน ชาวบ้านเรียกว่า “พระเจ้าทันใจ”

9. สถานีรถไฟ ลำปาง

ตัวอาคารมีรูปแบบการก่อสร้างผสมผสานกันระหว่างสถาปัตยกรรมไทยภาคเหนือกับสถาปัตยกรรมยุโรป เป็นอาคาร 2 ชั้นครึ่งตึกครึ่งไม้ ชั้นบนเป็นที่ทำการสารวัตรเดินรถลำปาง ส่วนชั้นล่างเป็นที่ทำการของสถานี รั้วระเบียงอาคารชั้นบนและเหนือวงกบประตูและหน้าต่างเป็นไม้ฉลุลายสวยงาม ส่วนทางเข้าห้องโถงชั้นล่างซึ่งเป็นห้องจำหน่ายตั๋วและทางขึ้นชั้นบนเป็นประตูรูปโค้งขนาดใหญ่ สถานีนครลำปางได้รับการดูแลและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอตลอดมา ทำให้ยังคงรูปแบบและเอกลักษณ์เดิมอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ จนได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมแห่งสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประเภทอาคารสถาบันและสาธารณะ ประจำปี พ.ศ. 2536 ในอดีตเป็นศูนย์กลางของรถไฟที่จะต่อไปที่นครเวียงพิงค์ (จังหวัดเชียงใหม่) ข้างหน้ามีสถานีมีหัวรถจักรไอน้ำ มีอักษรย่อเขียนว่า ร.ฟ.ท. อยู่ที่ข้างหัวรถจักร ข้างหน้ามีน้ำพุเป็นช้างพ่นน้ำพุ ตัวสถานีห่างจากที่ว่าการอำเภอเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร และอาคารสถานีได้ถูกบันทึกเป็นอาคารอนุรักษ์ ส่วนหน้าสถานีจะมีรถไฟจะมีจุดจอดรถม้าอยู่ด้วย

10.สะพานรัษฎาภิเศก

สะพานรัษฎาภิเศก (คำเมือง: LN-Khua Ratsada.png) หรือ สะพานขาว ตั้งอยู่ที่ถนนรัษฎา เป็นสะพานข้ามแม่น้ำวัง ตั้งอยู่ในเขตตำบลหัวเวียง อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง เดิมเป็นสะพานโครงสร้างไม้ ที่ทางเจ้านรนันทไชยชวลิต เจ้าผู้ครองนครลำปาง และชาวจังหวัดลำปางได้จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในวาระที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 5 ในโอกาสที่พระองค์ครองราชย์ครบ 25 ปี ในปี พ.ศ. 2437

ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ได้ทาสีพรางตาและด้วยการอ้างว่าสะพานแห่งนี้ไม่มีประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ จึงรอดจากโจมตีทิ้งระเบิดมาได้ หลังจากนั้นได้มีการก่อสร้างใหม่เมื่อเดือนมีนาคม 2460 เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก บริเวณสะพานมีเครื่องหมายไก่ขาว และครุฑหลวงประดับไว้ตรงหัวสะพาน

11. Steert Art ลำปาง

ใกล้ๆกับสะพานสะพานรัษฎาภิเศก ด้านล่างเดินลงสะพานมา จะเจอกับ บรรดา สตรีทอาร์ท สวยๆ ของจังหวัดลำปาง ที่ สามารถเดินถ่ายภาพ ชิลล์ๆ กับถนนเลียบแม่น้ำ ทอดยาว มีหลายภาพ สวยๆ ต่างแสดงถึง วิถีชีวิต และ กิจกรรมต่างๆ ที่คนลำปาง เป็นอยู่

12. กาดกองต้า

ถนนคนเดิน ที่ชื่อ กาดกองต้า จะเป็นแหล่งพบปะ เลือกซื้อสินค้า ทั้งขิงกินของใช้ ของชาวลำปาง ซึ่งจะมี ทุกวันเสาร์ พ่อค้าแม่ค้า พากัน เอาของมาขาย หนุ่มสาวชาวลำปาง ออกมาเดินเล่นหาซื้อของกิน กับอากาศเย็นๆในช่วงบ่ายๆแก่ๆไปถึงค่ำๆ

13. เชนเย็นตาโฟ

ถ้าพูดถึงของกินในบริเวณกาดกองต้า อยากแนะนำให้ไปลองกิน เชนเย็นตาโฟ ที่ อร่อย ครบเครื่อง น้ำซุปเข้มข้น แถมยังมี น้ำส้มคั้นอร่อยขั้นเทพให้ซื้อดื่มแก้กระหาย หอมหวานชื่นใจ

14. ก๋วยเตี๋ยวลูกทุ่ง(รุ่งเรือง)

แน่นอน คนไทยเราไปที่ใหน ก็ต้องเสาะหาก๋วยเตี๋ยวอร่อยกิน ที่ลำปาง ผมขอแนะนำให้ไปลองชิม ที่ ร้าน ก๋วยเตี๋ยวลูกทุ่ง(รุ่งเรือง) ซึ่งมีหลายร้านนะครับ ต้องมองหาดีๆ ว่า (รุ่งเรือง) รึปล่าว

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ อร่อยมาก โดยฌฉพาะลูกชิ้นเนื้อ  ก๋วยเตี๋ยวหมูก็อร่อย เช่นกัน ข้างๆร้าน มีกล้วยทอดอร่อยมากเช่นกัน ไม่ควรพลาด

15. โก๋ กาแฟ

ร้านกาแฟอร่อยๆ ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่นักท่องเที่ยว เสาะหา ที่ ลำปาง ผมได้ไปลอง ชิม ที่ร้าน โก๋ กาแฟ หรือ Go+ cafe ที่นี่นอกจากจะมีกาแฟสด เมนูต่างๆแล้ว ยังมี กาแฟดริป รสชาติต่างๆ ให้เลือกชิม มากมาย

16. โรงงานถ้วยตราไก่

โรงงานถ้วยตราไก่ และ พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดีนั้น ก่อตั้งโดย นายพนาสิน ธนบดีสกุล ทายาทรุ่นที่ 2 ของนายอี้ (ซิมหยู) แซ่ฉิน วัตถุประสงค์ของการตั้งพิพิธภัณฑ์ก็เพื่อรักษาเกียรติประวัติของนายอาปาอี้ (ซิมหยู) แซ่ฉิน ต้นตระกูลธนบดีสกุล ผู้ซึ่งค้นพบแร่ดินขาว และก่อตั้งโรงงานเซรามิคแห่งแรกของลำปางขึ้น ที่นี่จึงได้รวบรวมเรื่องราวต่างๆ “ชามไก่ธนบดี” หนึ่งเดียวที่ยังคงอนุรักษ์ประวัติศาสตร์แห่งความภาคภูมิใจให้สมกับที่ลำปางเป็น เมืองแห่งเซรามิคของประเทศไทยภายในพิพิธภัณฑ์แสดงถึงประวัติของบริษัทในเครือธนบดี ต้นกำเนิดชามไก่ เซรามิคของเมืองลำปางและสาธิต การผลิตชามไก่แบบโบราณที่นี่เราสามารถชมการผลิตเซรามิคสมัยใหม่ได้อย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นการอนุรักษ์ ศิลปวัฒนธรรมและส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเซรามิคและศิลปะให้กับผู้ที่สนใจ นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี ยังคงความเป็น เอกลักษณ์เฉพาะ เป็นต้น ฉบับและเป็นต้นกำเนิดชามไก่ของนครลำปาง ซึ่งมีโบราณสถานที่ทรงคุณค่าที่อยู่ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น เตามังกรโบราณ ชามตราไก่จิ๋ว ชามตราไก่ที่ยังคงผลิตและวาดลวดลายแบบดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดี มีการแสดงนิทรรศการ เกี่ยวกับต้นกำเนิดชามตราไก่ ที่ถือเป็นศิลปะและวัฒนธรรมเชิง วิถีชีวิต ชุมชนที่งดงาม และบ่งบอกถึงความหลากหลายที่สืบทอดกันมา เนิ่นนานจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดียังเป็น แหล่งรวบรวมของ ข้อมูลที่เหมาะเป็นสถานที่การเรียนรู้ทุกระดับ ในเชิงประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมอีกด้วย

17. ถนนสาย 1157 ลำปาง – แจ้ซ้อน

ถนน ที่พาเราออกจากตัวเมืองลำปาง มายัง น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน เป็นอีกเส้นหนึ่งที่มี ความสวยงาม ทั้งสองข้างทาง เขียวขจี ด้วยทุ่งนาในบางช่วง และ ต้นไม้ใหญ่ ในบางช่วง ถนนเส้นนี้ รถสัญจร ไม่เยอะมาก แต่ก็ต้องระวัง ในการจะจอดถ่ายภาพสวยๆ เนื่องจากรถจะวิ่งเร็ว ลองหามุมดูว่า จะถ่ายแบบใหน กับถนนสวยๆแบบนี้

18.น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 58 ของประเทศไทย มีเนื้อที่รวมกว่า 480,000 ไร่ มีเทือกเขาส่วนหนึ่งของสันเขาผีปันน้ำ แบ่งเขตระหว่างจังหวัดลำปางกับจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน ผืนป่าส่วนใหญ่เป็นต้นแม่น้ำวัง และยังมีบ่อน้ำพุร้อนผุดจากพื้นพิภพอีกถึง 9 บ่อ นับเป็นความพิเศษอย่างยิ่งของอุทยานฯ แห่งนี้ และยังเป็นอุทยานฯ ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเยือนตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ จะคึกคักเป็นพิเศษ รวมถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วย

สิ่งที่ขาดไม่ได้เมื่อมาถึงอุทยานฯ นี้ คือการได้มาเที่ยวชมบ่อน้ำพุร้อนที่ได้ชื่อว่ามีทัศนียภาพที่สวยงาม โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่ไอร้อนจากบ่อน้ำพุจะพวยพุ่งสวยงามคล้ายหมอกปกคลุมไปทั่วบริเวณ และการได้มาอาบน้ำแร่ร้อน ซึ่งสะดวกสบายด้วยห้องอาบแบบกลางแจ้งรวม และห้องอาบแบบส่วนตัว จำนวน 11 หลัง รวมถึงห้องแบบตักอาบแยกชาย-หญิง อีก 16 ห้อง การอาบน้ำแร่เป็นการบำบัดความเมื่อยล้าของร่างกายได้ดี ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น และยังช่วย ในการรักษาโรคผิวหนังบางชนิดด้วย เช่น โรคกลาก เกลื้อน ผดผื่นคัน โดยน้ำแร่ทั้งหมดจะต่อตรงมาจากบ่อน้ำพุร้อน

19. โรงไฟฟ้า และ เหมืองแม่เมาะ

ที่นี่นอกจาก จะเป็น โรงผลิตไฟฟ้าด้วยถ่านหิน และ เหมืองถ่านหินแล้ว ยังเป็น พิพิธภัณฑ์ ให้ความรู้ ต่างๆ เกี่ยวกับพลังงาน และ กระบวนการผลิตไฟฟ้าต่างๆ

แถมยังมี จุดชมวิวสวยๆ ถ้ามาถูกเวลา จะเจอทะเลหมอกสวยๆด้วยเช่นกัน อีกหนึ่งไฮไลท์ ก็คือ ช่วงเดือน พฤศจิกายน จะเจอกับทุ่งดอกบัวตองบานสพรั่ง สีเหลืองเต็มเนิน อีกด้วย

แถมยังมี การเล่นสไลด์เดอร์เนินหญ้า แบบในวิดีโออีกด้วย

GH015002

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติ่ม ในรีวิวแม่เมาะ

20. สะพานบุญวัดพระธาตุสันดอน

สุดท้ายมาเดินถ่ายภาพสวยๆ กับสะพานขัวแตะ ไม้ไผ่ กับวิวทุ่งนา ที่วัด พระธาตุสันดอน มีร้านอาหาร ใกล้ๆกัน ให้ทานด้วย

เป็นไงกันบ้างครับ กับ 20 จุด ที่ผมแนะนำมา ใครมีโอกาส ไป ลำปาง ก็ลองแวะไปเที่ยวดูสักหน่อยนะครับ ชาวลำปางเขายินดีต้อนรับเสมอ

 

 

You Recently Viewed ...

Nothing to Fear India นะจ๊ะนาย

Japan with (My)Love “เที่ยวญี่ปุ่นแบบญี่ปุ่น”

Yading The Lost Horizon , การเดินทางสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ “ย่าติง”

น่าน .. นาน..นาน..ได้ไหม….Whispered from Nan

สกล ละเบ๋อ…. ขับรถเที่ยวสกล ไปกับ chevrolet trailblazer Z71

Tummeng Travel